Public Hearing Location(New logo)

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ในมาตรา 13 ระบุว่าเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินและการให้บริการประชาชน ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลที่มีการจัดทำและครอบครองตามที่หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นร้องขอ ที่จะเกิดการบูรณาการร่วมกัน และ มาตรา 15 ระบุว่า ให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและทะเบียนดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล และดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้
(1) กำหนดนโยบายและมาตรฐานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลให้ความเห็นชอบ
(2) ประสานและให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน รวมทั้งกำกับติดตามให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนด
(3) จัดทำคำอธิบายชุดข้อมูลดิจิทัลของภาครัฐ และจัดเก็บบันทึกหลักฐานของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัล
(4) เรื่องอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมอบหมาย

มาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านความหมายข้อมูล เรื่องข้อมูลสถานที่-ที่อยู่ และ ข้อมูลสถานที่-ภูมิสารสนเทศ คืออะไร

กลุ่มมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ (Thailand Government Information Exchange: TGIX) ประกอบด้วยมาตรฐาน 2 กลุ่มได้แก่
(1) กลุ่มมาตรฐานด้านการเชื่อมโยงข้อมูล (TGIX-Linkage Standard)
(2) กลุ่มมาตรฐานด้านความหมายข้อมูล (TGIX-Semantic Standard)
ในมาตรฐานกลุ่มแรกจะเกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมของแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนข้อมูล ในขณะที่มาตรฐานกลุ่มหลังจะเกี่ยวข้องกับชื่อข้อมูลและโครงสร้างข้อมูลที่ใช้ในการแลกเปลี่ยน มาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านความหมายข้อมูล เรื่องข้อมูลสถานที่-ที่อยู่ และ ข้อมูลสถานที่-ภูมิสารสนเทศ นี้จัดอยู่ในมาตรฐานกลุ่มความหมายข้อมูล

ในรายละเอียดมาตรฐานทั้งสองชุดนี้กล่าวถึงข้อกำหนดของชื่อข้อมูลและโครงสร้างข้อมูล สำหรับใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานของที่อยู่ (Address) และภูมิสารสนเทศ (Geospatial) ระหว่างหน่วยงาน โดยมาตรฐานแต่ละเรื่องจะประกอบด้วยชุดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลแต่ละชนิดจะมีไฟล์สคีมา XSD และ ตัวอย่างข้อมูลในรูปแบบ XML และ JSON ตัวอย่างข้อมูลสถานที่-ที่อยู่ เช่น ข้อมูลที่อยู่ ข้อมูลจังหวัด ข้อมูลอำเภอ ข้อมูลตำบล ข้อมูลถนน ข้อมูลรหัสไปรษณีย์ ฯลฯ ตัวอย่างข้อมูลสถานที่-ภูมิสารสนเทศ เช่น ข้อมูลพอยท์ ข้อมูลไลน์สตริง ข้อมูลโพลิกอน ฯลฯ มาตรฐานชุดนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้หน่วยงานสามารถนำไปใช้ในการออกแบบ Web Application Programming Interface (Web API) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายใต้ชื่อฟิลด์ข้อมูลและโครงสร้างข้อมูลแบบเดียวกัน

เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน มาตรฐานด้านความหมายข้อมูลนี้อ้างอิงแนวทางในการพัฒนาตามมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล ว่าด้วย กรอบแนวทางการพัฒนามาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ทางสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ซึ่งมีหน้าที่อำนวยการและสนับสนุนการปฏิบัติงานในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จึงขอความอนุเคราะห์ท่านร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและปรับปรุงต่อไป โดยสามารถตอบแบบแสดงความคิดเห็นกลับมาภายใน วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน 2565

เอกสารและไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสาร และไฟล์ประเภทดาวน์โหลด
1. ร่างมาตรฐานฯ ด้านความหมายข้อมูล เรื่องข้อมูลสถานที่-ที่อยู่ pdf
2. ร่างมาตรฐานฯ ด้านความหมายข้อมูล เรื่องข้อมูลสถานที่-ภูมิสารสนเทศpdf
3. ไฟล์ประกอบมาตรฐาน (XSD, XML, JSON)zip
4. คำชี้แจงการสำรวจความคิดเห็นและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลpdf
5. แบบแสดงความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานdocx
6. ลิงก์แบบฟอร์มรับข้อเสนอแนะออนไลน์
7. ลิงก์ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
8. ลิงก์เข้าร่วมงาน (MSTeams Conference)
9. เอกสารประกอบร่างมาตรฐานฯ ด้านความหมายข้อมูล เรื่องข้อมูลสถานที่-ที่อยู่ และข้อมูลสถานที่-ภูมิสารสนเทศpdf

กรอบแนวทางการพัฒนามาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ (Thailand Government Information eXchange :TGIX) คืออะไร

     กรอบแนวทางฉบับนี้กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานในการพัฒนากลุ่มมาตรฐานเพื่อใช้ในการสนับสนุนภาครัฐให้เกิดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เกิดการบูรณาการข้อมูลร่วมกันผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง เกิดมาตรฐานการทำงานร่วมกันของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อันนำไปสู่การให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงนำไปสู่การลดต้นทุนในการพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลของหน่วยงานอีกด้วย

    ทั้งนี้มาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ประกอบด้วยมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนข้อมูล จำนวน 2 กลุ่ม ได้แก่

  1. กลุ่มมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล (Thailand Government Information Exchange – Linkage Standard) เป็นมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับเทคนิคว่าด้วยเรื่องของสถาปัตยกรรมระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล วิธีการเชื่อมต่อกับผู้เกี่ยวข้อง และระบบความมั่นคงปลอดภัย เป็นต้น
  2. กลุ่มมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านความหมายข้อมูล (Thailand Government Information Exchange – Semantic Standard) เป็นมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับตัวข้อมูลว่าด้วยคำศัพท์ของข้อมูลที่ใช้แลกเปลี่ยน โครงสร้างข้อมูล และความหมายของข้อมูล เป็นต้น

    ด้วยเหตุนี้ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. ซึ่งมีหน้าที่อำนวยการและสนับสนุนการปฏิบัติงานในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จึงได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการจัดทำร่างมาตรฐาน ข้อกำหนด และหลักเกณฑ์ ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๒” และแต่งตั้งคณะทำงานเทคนิคด้านมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล มาดำเนินการร่าง กรอบแนวทางการพัฒนามาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐได้ทราบถึงความสำคัญ แนวทาง วิธีการ และเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ

    ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ในมาตรา 13 ระบุว่าเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินและการให้บริการประชาชน ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลที่มีการจัดทำและครอบครองตามที่หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นร้องขอ ที่จะเกิดการบูรณาการร่วมกัน และ มาตรา 15 ระบุว่า ให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและทะเบียนดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล และดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. กำหนดนโยบายและมาตรฐานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลให้ความเห็นชอบ
  2. ประสานและให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน รวมทั้งกำกับติดตามให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนด
  3. จัดทำคำอธิบายชุดข้อมูลดิจิทัลของภาครัฐ และจัดเก็บบันทึกหลักฐานของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัล
  4. เรื่องอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมอบหมาย

ช่องทางการรับชมงาน :

    

ไฟล์เอกสาร

มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล ว่าด้วย กรอบแนวทางการพัฒนามาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ

15/08/2022
116

ราชกิจจานุเบกษา_มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล ว่าด้วย กรอบแนวทางการพัฒนามาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ

14/09/2022
93

>>> คลิกเพื่อลงทะเบียนหน่วยงาน

>>> คลิกเพื่อใส่ข้อเสนอแนะต่อร่างมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล เรื่องสถาปัตยกรรมอ้างอิง

>>> คลิกเพื่อใส่ข้อเสนอแนะต่อร่างมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล เรื่องข้อกำหนด 5 ด้าน

>>> คลิกเพื่อ download ไฟล์ร่างมาตรฐาน ไฟล์แบบสอบถาม และเอกสารที่เกีี่ยวข้อง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ในมาตรา 13 ระบุว่าเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินและการให้บริการประชาชน ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลที่มีการจัดทำและครอบครองตามที่หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นร้องขอ ที่จะเกิดการบูรณาการร่วมกัน และ มาตรา 15 ระบุว่า ให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลและทะเบียนดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐในการให้บริการประชาชนผ่านระบบดิจิทัล และดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้

  1. กำหนดนโยบายและมาตรฐานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลให้ความเห็นชอบ
  2. ประสานและให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยงานของรัฐในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน รวมทั้งกำกับติดตามให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปในแนวทางและมาตรฐานเดียวกันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนด
  3. จัดทำคำอธิบายชุดข้อมูลดิจิทัลของภาครัฐ และจัดเก็บบันทึกหลักฐานของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัล
  4. เรื่องอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมอบหมาย

มาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล (Thailand Government Information Exchange, Series: Linkage Standard) คืออะไร

กลุ่มมาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ (Thailand Government Information Exchange: TGIX) ประกอบด้วยมาตรฐาน 2 กลุ่ม ได้แก่ มาตรฐานฯ ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล (Linkage Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเทคนิค และ มาตรฐานฯ ด้านความหมายข้อมูล (Semantic Standard) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับความหมาย

มาตรฐานที่จัดทำประชาพิจารณ์ในครั้งนี้เป็นกลุ่มมาตรฐานฯ ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล ว่าด้วยเรื่องของสถาปัตยกรรมการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ที่มีลักษณะการเชื่อมโยง 3 รูปแบบ ได้แก่ 

  1. การเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลภายในกลุ่ม TGIX (TGIX Intra-DX) เป็นมาตรฐานสถาปัตยกรรมสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สมาชิกในกลุ่มดำเนินการตามมาตรฐาน TGIX มีรายละเอียดของส่วนประกอบต่างๆ ตลอดจนขั้นตอนการทำงานของแต่ละส่วนประกอบ และแนวทางการดำเนินการตามมาตรฐานฯ ของหน่วยงานเจ้าของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  2. การเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกลุ่ม TGIX (TGIX Inter-DX) เป็นมาตรฐานสถาปัตยกรรมสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกลุ่มที่ดำเนินการตามาตรฐาน TGIX มีรายละเอียดของส่วนประกอบต่างๆ ตลอดจนขั้นตอนการทำงานของแต่ละส่วนประกอบ และแนวทางการดำเนินการตามมาตรฐานฯ ของหน่วยงานเจ้าของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  3. การเชื่อมโยงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกลุ่ม TGIX กับ กลุ่ม Data Exchange อื่นๆ ของประเทศที่มีการใช้งานอยู่ตามภาคส่วน (Federated DX) เป็นมาตรฐานสถาปัตยกรรมสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกลุ่มที่ดำเนินการตามาตรฐาน TGIX กับกลุ่มที่ใช้มาตรฐานอื่นๆ มีรายละเอียดของส่วนประกอบต่างๆ ตลอดจนขั้นตอนการทำงานของแต่ละส่วนประกอบ และแนวทางการดำเนินการตามมาตรฐานฯ ของหน่วยงานเจ้าของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานย่อยในส่วนขององค์ประกอบของสถาปัตยกรรมข้างต้นจะกล่าวถึง (1) การบริหารจัดการ Authentication และ Access Control และ บัญชีผู้ใช้งาน Accounting (2) การบริหารจัดการ Token และ Session (3) โปรโตคอล (Protocol) สำหรับการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล (4) ความมั่นคงปลอดภัย (Security) และการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) (5) การบันทึกล็อก (Logging) และการติดตาม (Monitoring) (6) การกำหนด namespace ของระบบ

ทางสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) ซึ่งมีหน้าที่อำนวยการและสนับสนุนการปฏิบัติงานในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จึงขอความอนุเคราะห์ท่านร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล ว่าด้วย มาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาและปรับปรุงต่อไป โดยสามารถตอบแบบแสดงความคิดเห็นกลับมาภายใน วันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2565

ข้อกฏหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 มาตรา 12 (2) กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดทำกระบวนการหรือการดำเนินงานทางดิจิทัลเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและการให้บริการประชาชน กระบวนการหรือการดำเนินงานทางดิจิทัลนั้นต้องทำงานร่วมกันได้ตามมาตรฐาน ข้อกำหนด และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลกำหนด เพื่อให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นได้ ประกอบมาตรา 12 (4) จัดให้มีระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 หมวด 3/1 ระบบการพิสูจน์และการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เพื่อกำกับดูแลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลให้มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. ได้ดำเนินการจัดทำมาตรฐานและหลักเกณฑ์การจัดทำกระบวนการและการดำเนินงานทางดิจิทัล ว่าด้วยเรื่องการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับบริการภาครัฐ สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่อง มาตรฐานและหลักเกณฑ์การจัดทำกระบวนการและการดำเนินงานทางดิจิทัลว่าด้วยเรื่องการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับบริการภาครัฐ สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย

และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานภาครัฐสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าว สพร. จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาเครื่องมือประมวลผลอัตโนมัติสำหรับการประเมินความเสี่ยงเพื่อใช้พิสูจน์และยืนยันตัวตน สำหรับบริการภาครัฐ (Assessment Tool for Government Digital ID) โดยผลลัพธ์จากการประมวลผลอัตโนมัติจะแนะนำระดับความน่าเชื่อถือที่เหมาะสม ว่าบริการที่ได้ประเมินความเสี่ยงด้วยเครื่องมือฯ ควรจะกำหนดระดับความน่าเชื่อถือของไอเดนทิตี (Identity Assurance Level: IAL) และระดับความน่าเชื่อถือของสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน (Authenticator Assurance Level: AAL) อยู่ในระดับใด อนึ่ง วิธีการ ขั้นตอน และข้อกำหนดแต่ละระดับความน่าเชื่อถือ ท่านสามารถศึกษาได้จากมาตรฐานฯ ข้างต้น

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงเครื่องมือฯ ให้มีความเหมาะสมกับบริการภาครัฐมากยิ่งขึ้น จึงขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นฯ ผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565

การจัดการคุณภาพข้อมูล

ข้อมูลที่ดีเพื่อการตัดสินใจที่ดีกว่า

โลกในปัจจุบันถูกผลักดันและเติบโตด้วยการขับเคลื่อนของดิจิทัล ข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดขององค์กร การประกอบธุรกิจและกระบวนการทำงานต่าง ๆ ของทุกภาคส่วนล้วนพึ่งพา และอาศัยข้อมูลในการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประกอบกับกระแสของข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data ที่ทุกภาคส่วนกำลังให้ความสนใจ เนื่องจากประโยชน์ที่ได้รับจากการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ จะช่วยในการดำเนินงานในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการในด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแต่ส่วนมากพบว่าข้อมูลที่มีไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และองค์กรส่วนใหญ่อาจยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพของข้อมูล (Data Quality) ที่จะนำมาใช้ในทุกมิติ จึงทำให้ไม่อาจใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างสูงสุด

จึงเป็นเหตุผลหลักที่หน่วยงานภาครัฐควรตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมและบริหารจัดการคุณภาพข้อมูล จัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลและบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้เริ่มจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลและบัญชีข้อมูล (Data Catalog) ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ รวมทั้งกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติการบริหารจัดการข้อมูลของหน่วยงานที่มีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง อันจะนำไปสู่การบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสนับสนุนการจัดทำบัญชีข้อมูลหน่วยงานให้ได้มาตรฐานและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องตามกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ จึงจำเป็นต้องมีการวัดผลการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีข้อมูลที่มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการนําข้อมูลไปใช้และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้ข้อมูลในทุกภาคส่วนต่อเนื่องกันไป

ISO 8000:61-2016 Data Quality Management แนวทางการจัดการคุณภาพข้อมูล เริ่มตั้งแต่การวางแผน การควบคุม การประกันคุณภาพ และปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องของกระบวนการภายในองค์กร โดยต้องมีผู้รับผิดชอบ และเกณฑ์การตรวจสอบชี้วัด รวมถึงแนวทางการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระบวนการทำให้ข้อมูลมีคุณภาพจะถูกแบ่งออกเป็นหมายเลขจำนวนมาก ซึ่ง ISO เรียกว่าส่วน (Past) จะประกอบด้วย คุณภาพข้อมูลทั่วไป (General data quality: Parts 0-99), คุณภาพข้อมูลที่สำคัญ (Master data quality: Parts 100-199), คุณภาพข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการ (Transactional data quality: Pasts 200-299), คุณภาพข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (Product data quality: Parts 300-399)

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) มีหน้าที่อำนวยการและสนับสนุนการปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลมอบหมาย และดำเนินการร่างมาตรฐาน ข้อกำหนด และหลักเกณฑ์ เสนอคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำร่างมาตรฐาน ข้อกำหนด และหลักเกณฑ์ ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และแต่งตั้งคณะทำงานเทคนิคด้านมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐ ได้จัดทำร่างหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพข้อมูล เพื่อเป็นกรอบการประเมินคุณภาพข้อมูลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ และเครื่องมือสำหรับการประเมินคุณภาพข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐใช้เป็นตัวอย่างในการตรวจสอบและควบคุมการจัดการข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ สามารถนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจในเชิงนโยบายและการดำเนินงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพิ่มคุณค่าในการให้บริการภาครัฐ และต่อยอดการพัฒนาของประเทศในมิติต่าง ๆ ได้ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ข้อมูลภาครัฐ

จึงขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ร่างหลักเกณฑ์ฯ มีความเหมาะสมกับการนําไปใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์กับหน่วยงานของท่าน โดยสามารถตอบแบบแสดงความคิดเห็นกลับมาภายในวันพฤหสบดีที่ 16 ธันวาคม 2564  (ศึกษารายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารตามที่แนบมานี้)

เอกสารประกอบการจัดงาน: ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดเอกสาร

  1. ร่างหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพข้อมูลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ
  2. แบบแสดงความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพข้อมูลสำหรับหน่วยงานภาครัฐ
  3. กำหนดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น
  4. แบบตอบรับเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น

ช่องทางเข้าร่วม: สามารถเข้าร่วมงานผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ (Live Streaming) ทาง Facebook DGA Thailand  ลิงก์สำหรับเข้าร่วมงาน https://www.facebook.com/DGAThailand

เมื่อวันที่ 25 และ 29 ตุลาคม 2564 ดร.อุรัชฎา เกตุพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนามาตรฐานดิจิทัล สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมและเปิดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็น (Focus Group) สำหรับการจัดทำร่างแนวปฏิบัติการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ (Guideline on e-Signature for Government Official) ผ่านระบบประชุมทางไกลแบบออนไลน์ หรือ โปรแกรม Zoom ร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกรณีศึกษาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) และกรณีศึกษาระบบออกใบรับรองผลการศึกษา (Digital Transcript) โดย สพร. ร่วมกับบริษัท Finema ที่ปรึกษาโครงการได้เรียนเชิญผู้เข้าร่วมจากทั้ง 20 กระทรวง 15 หน่วยงาน และ 15 มหาวิทยาลัย

การจัดทำร่างแนวปฏิบัติการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์มีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือได้ โดยกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องลงลายมือชื่อให้มีวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อให้เกิดหลักฐานที่สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ อีกทั้ง สามารถแสดงเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อเกี่ยวกับข้อความที่ได้ลงลายมือชื่อไว้  

สาระสำคัญของร่างแนวปฏิบัติการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ กล่าวถึงภาพรวมการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย กฎหมาย มาตรฐาน คุณสมบัติและการเลือกใช้ประเภทลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องและมีความเหมาะสมกับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแนวทางของระบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นกรณีศึกษาในปัจจุบันด้วย

ซึ่งตลอดระยะเวลาของการจัดงานมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมและตั้งข้อซักถามจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศของการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคักและได้ความรู้มากมาย สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงร่างแนวปฏิบัติการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และสำหรับบริการภาครัฐ ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย

WORLD STANDARDS DAY

          ท่านทราบหรือไม่ว่า ในวันที่ 14 ตุลาคมของทุกปี สมาชิกของ IC, ISO และ ITU จะเฉลิมฉลองวันมาตรฐานโลก ซึ่งเป็นวิธีการแสดงความเคารพต่อความพยายามในการทำงานร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญหลายพันคนทั่วโลก ที่ได้พัฒนาข้อตกลงทางเทคนิคด้วยสมัครใจและได้รับการตีพิมพ์เป็นมาตรฐานสากล

          ซึ่งวันมาตรฐานโลกปี 2564 นี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ “our shared vision for a better world ” ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม https://www.iso.org/world-standards-day.html

การพัฒนาระบบบัญชีข้อมูล (Data Catalog) เพื่อนำไปสู่การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data)

เอกสารรายละเอียดตัวชี้วัดการพัฒนาองค์การสู่ดิจิทัล (น้ำหนักร้อยละ 15) ปี 2564

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อให้ท่านสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องและอำนวยความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ รวมถึงช่วยให้เราปรับปรุงการนำเสนอเนื้อหาตรงตามความต้องการของท่าน โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก ประกาศการใช้คุกกี้ และ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่าข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า