
ในยุคที่โลกก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ หน่วยงานราชการไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่มองไม่เห็น นั่นคือ “ราคาพลังงานและต้นทุนแฝง” ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความพยายามลดการใช้กระดาษ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังของแต่ละหน่วยงาน กลับเต็มไปด้วยห้องเซิร์ฟเวอร์ (Server Room) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) แบบดั้งเดิมที่กระจัดกระจาย ไร้การเชื่อมโยง ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณบำรุงรักษาอย่างมหาศาล และสวนทางกับนโยบายขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างสิ้นเชิง
ภายใต้บริบทดังกล่าว คำว่า ความยั่งยืน (Sustainability) จึงไม่ใช่เพียงนโยบายเชิงสัญลักษณ์หรือเรื่องสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ในยุคดิจิทัล ความยั่งยืนจำเป็นต้องถูกร้อยเรียงผ่านการผสานกรอบแนวคิดร่วมกับ ความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูล (Connectivity) เพื่อปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีความยืดหยุ่น ลดความเหลื่อมล้ำ และสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้วย Green Cloud
ปัญหาเชิงโครงสร้างของภาครัฐไทยที่มักเกิดขึ้นคือ ลักษณะการทำงานแบบแยกส่วนหรือแต่ละหน่วยงานจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้อสินทรัพย์ฮาร์ดแวร์ คลังจัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่ายเป็นของตัวเองจนเกิดศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กและกลางหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์พบว่า อัตราการใช้ประโยชน์จากหน่วยประมวลผลกลาง (CPU Utilization) เฉลี่ยในภาครัฐมีอยู่เพียงร้อยละ 10–15 เท่านั้น ขณะที่ทรัพยากรอีกกว่าร้อยละ 85 ถูกเปิดทิ้งไว้เฉยๆ พร้อมกับการใช้กระแสไฟฟ้าและระบบปรับอากาศเพื่อรักษาอุณหภูมิตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการสูญเสียพลังงานในทุกวินาทีโดยไม่มีใครตระหนักถึง
คำตอบที่เป็นรูปธรรมและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญคือการย้ายระบบไปสู่ Green Cloud Computing ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดสรรทรัพยากรแบบรวมศูนย์ โดยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีหลัก 3 ประการ:
- การจำลองระบบขั้นสูง (Advanced Virtualization): การใช้ซอฟต์แวร์ไฮเปอร์ไวเซอร์ (Hypervisor) เพื่อตัดแบ่งฮาร์ดแวร์กายภาพเครื่องเดียวให้สามารถรองรับระบบปฏิบัติการเสมือน (Virtual Machines) ได้นับร้อยระบบ ยุบรวมเซิร์ฟเวอร์ที่เคยแยกกันให้อยู่บนชุดเดียวกัน ช่วยเพิ่มอัตราการใช้งานฮาร์ดแวร์สูงถึงร้อยละ 80 ซึ่งคุ้มค่าพลังงานสูงสุด
- ความยืดหยุ่น (Elasticity): สามารถปรับยืดหดขีดความสามารถในการประมวลผลได้โดยอัตโนมัติตามการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องซื้อฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่เผื่อรองรับปริมาณการใช้งานสูงสุด (Peak Load) ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันในรอบปีเหมือนระบบเก่า
- สถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย API (API-Driven Architecture): เอื้อให้ฐานข้อมูลสำคัญของภาครัฐตั้งอยู่บนสภาพแวดล้อมคลาวด์ที่มีมาตรฐานร่วมกัน ทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามหน่วยงานปลอดภัยและรวดเร็ว
ในระดับสากล ตัวชี้วัดความคุ้มค่าด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญคือ ค่า PUE (Power Usage Effectiveness) ซึ่งศูนย์ข้อมูลภาครัฐแบบดั้งเดิมมักมีค่าสูงกว่า 2.0 (หมายถึงสูญเสียพลังงานไปกับระบบสนับสนุนและทำความเย็นมากกว่าพลังงานที่ใช้ประมวลผลจริง) ในขณะที่ศูนย์ข้อมูล Green Cloud ยุคใหม่สามารถทำค่า PUE ให้ต่ำลงมาอยู่ที่ระดับ 1.1–1.2 ได้ด้วยระบบทำความเย็นอัจฉริยะและการใช้ AI ควบคุม
การปรับเปลี่ยนนี้ยังช่วยพลิกยุทธศาสตร์งบประมาณภาครัฐจากการเน้นรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure – CapEx) ที่ต้องผูกพันงบประมาณก้อนใหญ่ไปกับการจัดซื้อเครื่องมือ มาสู่รายจ่ายเพื่อการดำเนินงาน (Operational Expenditure – OpEx) ที่เป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินในภาพรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ
เข็มทิศมาตรฐานสากลเพื่อการออกแบบระบบและสถาปัตยกรรมดิจิทัลเพื่ออนาคต
การลงทุนทางเทคโนโลยีที่คุ้มค่าและไม่สร้างภาระด้าน E-Waste แก่โลก จำเป็นต้องอ้างอิงมาตรฐานสากลเข้ามาเป็นเข็มทิศในการออกแบบและคัดเลือกเทคโนโลยี เพื่อป้องกันภาวะการผูกขาดเทคโนโลยีค่ายใดค่ายหนึ่ง (Vendor Lock-in) และสร้างระบบนิเวศที่พร้อมเติบโตในระยะยาว โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก
มิติที่ 1 การออกแบบสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์และข้อมูล (Architecting for Connectivity) การวางระบบต้องเปิดกว้างให้สามารถเชื่อมโยงกันได้เสมอ ผ่านการประยุกต์ใช้มาตรฐาน ISO/IEC 21823 (Interoperability สำหรับระบบ IoT) และ ISO/IEC 30141 (IoT Reference Architecture) โดยมีแนวปฏิบัติสำคัญที่ต้องผ่านการตรวจสอบ (Checklist) ดังนี้
[✓] API-First Approach: บังคับใช้ Open API เพื่อให้มั่นใจว่าระบบต่างๆ เช่น ระบบ ERP และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล สามารถรับส่งข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มกันได้สะดวกไร้รอยต่อ
[✓] โปรโตคอลมาตรฐานสากล: เลือกใช้อุปกรณ์หรือโครงข่ายที่รับส่งข้อมูลผ่านโปรโตคอลกลางที่เป็นสากล เช่น MQTT, HTTPS หรือ CoAP แทนการใช้เทคโนโลยีเฉพาะกลุ่ม (Proprietary Protocols) เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต
[✓] มาตรฐานข้อมูล (Data Standardization): กำหนดโครงสร้างข้อมูลและพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) กลางขององค์กร เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างระบบ (Semantic Interoperability) ซึ่งเป็นรากฐานของการวิเคราะห์ Big Data
มิติที่ 2 การคัดเลือกโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Selecting Green Infrastructure)
การประเมินเพื่อลดพลังงานที่สูญเปล่าอ้างอิงกรอบ ISO/IEC 30134 (Data centres KPIs), ISO 50001 (Energy Management) และ ISO 14001 (Environmental Management Systems) โดยมีแนวปฏิบัติสำคัญที่ต้องผ่านการตรวจสอบ (Checklist) ดังนี้
[✓] Green TOR: ระบุข้อกำหนดในเงื่อนไขการจัดซื้อ/เช่าบริการ Cloud และ Co-location (TOR) อย่างชัดเจน ว่าผู้ให้บริการต้องมีระบบจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน และมีค่าประสิทธิภาพพลังงาน (PUE) ในระดับมาตรฐานไม่เกิน 1.2 ถึง 1.5 เพื่อให้มั่นใจว่ามีการสูญเสียพลังงานไปกับระบบทำความเย็นต่ำ ควบคู่กับการตรวจสอบความรับผิดชอบต่อคาร์บอน (Carbon Commitment) เพื่อลดอัตราการปล่อยคาร์บอน (CUE) ของระบบสารสนเทศ
[✓] Serverless & Auto-scaling: ในมุมการพัฒนาซอฟต์แวร์ ควรเลือกสถาปัตยกรรมแบบ Cloud-native ที่เป็น Serverless และ Auto-scaling ซึ่งระบบจะประมวลผลและคิดค่าใช้จ่ายตามธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง (Transaction-based) เพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงานจากการเปิดเซิร์ฟเวอร์ทิ้งไว้โดยไร้งาน (Idle Power)
มิติที่ 3 การบริหารจัดการวงจรชีวิตฮาร์ดแวร์ (Hardware Lifecycle Management)
สอดรับกับกรอบ ITU-T L-Series (Environment and ICTs) ในการวางแผนตั้งแต่วันที่จัดซื้อจนถึงวันที่อุปกรณ์กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) โดยมีแนวปฏิบัติสำคัญที่ต้องผ่านการตรวจสอบ (Checklist) ดังนี้
[✓] Virtualization-First: กำหนดนโยบายให้พิจารณาจำลองระบบเซิร์ฟเวอร์เสมือน (Virtual Machines) เป็นทางเลือกแรก ก่อนการอนุมัติจัดซื้อฮาร์ดแวร์จริงเสมอ เพื่อลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์และฮาร์ดแวร์กายภาพตั้งแต่ต้นทาง
[✓] Secure Data Wiping & Zero Landfill: การจัดซื้อเชิงนิเวศ (Eco-design Procurement) เลือกใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตที่ออกแบบมาให้เอื้อต่อการซ่อมแซม (Right to Repair) และมีกระบวนการลบทำลายข้อมูลที่ได้มาตรฐานก่อนปลดระวางฮาร์ดแวร์ (Secure Data Wiping) โดยต้องส่งกำจัดขยะ E-Waste กับพันธมิตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ภายใต้เป้าหมายไม่เหลือทิ้งฝังกลบ (Zero Landfill)
พลังของ “ข้อมูลเปิดภาครัฐ” (Open Data) และระบบนิเวศข้อมูลเพื่อสังคม
เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Infrastructure) และมาตรฐานการเชื่อมโยงที่ดีแล้ว สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีค่าที่สุดที่จะช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติก็คือ ข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Government Data) ซึ่งหมายถึงข้อมูลดิจิทัลที่เปิดเผยให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเสรี ไม่จำกัดแพลตฟอร์ม ไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้โดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์
โดยกลไกหลักที่จะทำให้ข้อมูลเหล่านี้มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และลดความซ้ำซ้อน คือ การกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) ที่ดี ร่วมกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ภายใต้หลักการสากลของ Open Data Charter 6 ประการ อาทิ การเปิดเผยเป็นค่าตั้งต้น (Open by Default), ทันท่วงที และเชื่อมโยงกันได้
สำหรับประเทศไทย ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ data.go.th ซึ่งพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. (DGA) ถือเป็นแพลตฟอร์มแกนกลางที่มีการจัดกลุ่มข้อมูลสำคัญออกเป็น 15 กลุ่ม เช่น สาธารณสุข เมือง และสิ่งแวดล้อม และจากการขับเคลื่อนผ่านโครงการพัฒนานักอัศวินข้อมูล (DIGI Data Camp) ข้อมูลเปิดภาครัฐเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้งานจริงจนเห็นผลลัพธ์เป็นประจักษ์:
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช: นำข้อมูลมาวิเคราะห์บน Dashboard ในหัวข้อ “เงินอุทยานแห่งชาติกับการพัฒนาประเทศ” ทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลจริง (Data-Driven Decision Making) ทั้งในแง่การบริหารพื้นที่อุทยาน วางแผนควบคุมจำนวนผู้ใช้พื้นที่เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และเข้าใจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเพื่อต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism)
- กรมการพัฒนาชุมชน: นำเสนอผลงาน “CDD Village Oracle ข้อมูล 7 มิติ จาก 70,473 หมู่บ้าน” เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในมิติเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ภาครัฐช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ ลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณ และยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนให้เข้มแข็งตามหลักการ ESG
บทสรุปและก้าวต่อไป
การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่าง “การเปิดเผยข้อมูล” และ “การกำกับดูแลข้อมูล” ควบคู่กับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้การปฏิรูปศูนย์ข้อมูลแบบเดิมไปสู่ Green Cloud และการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีมาตรฐานอาจต้องเผชิญกับแรงต้านเชิงวัฒนธรรมองค์กรในระยะแรก แต่ผลสัมฤทธิ์ในแง่ความคุ้มค่าของงบประมาณแผ่นดินและการลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม จะเป็น “มรดกภาครัฐสีเขียว” ที่ยั่งยืนและไร้รอยต่อสำหรับอนาคตของประเทศ อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของระบบนิเวศข้อมูลที่โปร่งใสและเชื่อมโยงกันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การประหยัดพลังงานหรือการสร้างประสิทธิภาพภายในองค์กรรัฐเท่านั้น แต่ข้อมูลมหาศาลที่ถูกบริหารจัดการภายใต้มาตรฐานสากลเหล่านี้ กำลังจะกลายเป็นฐานรากสำคัญในการเปลี่ยนผ่านบทบาทของภาครัฐจากการเป็นผู้กำกับดูแล ไปสู่ผู้ให้บริการที่เข้าอกเข้าใจประชาชนอย่างแท้จริง มาร่วมติดตามกันต่อในบทความฉบับหน้ากับธีม “Data-Driven Governance เปลี่ยนข้อมูลมหาศาล ให้กลายเป็นนโยบายที่ตรงใจประชาชน” ที่จะพาไปเจาะลึกว่าภาครัฐยุคใหม่นำสถิติและตัวเลขเหล่านี้มาแปรเปลี่ยนเป็นสวัสดิการ นโยบาย และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพวกเราได้อย่างไร
เรียบเรียงโดย
ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
References
- สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). มรด. 8 : 2567 มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยแนวทางการเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะ เวอร์ชัน 2.0. มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยแนวทางการเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะ เวอร์ชัน 2.0 (OPEN GOVERNMENT DATA GUIDELINE) (มรด. 8 : 2567) – DIGITAL GOVERNMENT DEVELOPMENT AGENCY
- OECD. The Economic and Social Impact of Open Government. https://www.oecd.org/en/publications/the-economic-and-social-impact-of-open-government_6b3e2469-en/full-report/open-government-concept-definitions-and-implementation_d34c47a4.html
- OECD. Data Governance and National Health Datasets. https://www.oecd.org/en/topics/sub-issues/data-governance.html
- สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย (พ.ศ. 2566 – 2570). https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dga-019/dga-027/dg-plan-2566-2570/
- บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT). ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud service – GDCC). https://www.ntplc.co.th/docs/default-source/governmentpolicies/1-โครงการพ-ฒนาระบบคลาวด-กลางภาคร-ฐ.pdf และข่าวสารจาก: https://www.ntplc.co.th/news/detail/nt-unveils-2026-business-plan-digital-transformation
- U.S. Department of Energy. Best Practices Guide for Energy-Efficient Data Center Design. https://www.energy.gov/sites/default/files/2024-07/best-practice-guide-data-center-design.pdf
- Google Cloud Sustainability Enterprise Infrastructure. Google Environmental Report. https://sustainability.google/reports/environmental-report-2019/#data-centers
- World Economic Forum (WEF). Why we must harness technological convergence for a greener AI energy future. https://www.weforum.org/stories/2025/08/greener-ai-technology-convergence/
- ISO/IEC 21823-1:2019, Internet of Things (IoT) — Interoperability for IoT systems. https://www.iso.org/standard/71885.html
- ISO/IEC 30141:2024, Internet of Things (IoT) — Reference Architecture. https://www.iso.org/standard/88800.html
- ISO/IEC 30134, Information technology — Data centres — Key performance indicators. https://www.iso.org/standard/63450.html
- ISO 50001:2018, Energy management systems — Requirements with guidance for use. https://www.iso.org/iso-50001-energy-management.html
- ISO 14001:2015, Environmental management systems — Requirements with guidance for use. https://www.iso.org/iso-14001-environmental-management.html