
การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ Green Cloud Computing ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดสรรทรัพยากรแบบรวมศูนย์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด เป็นการปฏิรูปศูนย์ข้อมูลภาครัฐที่สำคัญ ที่เข้ามาช่วยส่งเสริมการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการ ยังมีความท้าทายที่ซับซ้อนในการสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาในปัจจุบันไม่ส่งผลกระทบต่อคนรุ่นต่อไป โดยมีปัจจัยทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การขยายตัวของเมือง และความต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่สำคัญเกี่ยวข้อง ภายใต้บริบทดังกล่าว “ความยั่งยืน” (Sustainability) จึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้นแต่เป็นการขับเคลื่อนเป้าหมาย ซึ่งความยั่งยืนในยุคดิจิทัลไม่สามารถอาศัยเพียงนโยบายหรือโครงการต่าง ๆ แต่ต้องอาศัย “ข้อมูล” (Data) เป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ การติดตามผล และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำและทันต่อสถานการณ์ ดังนั้น “ความยั่งยืนในยุคดิจิทัล” จึงหมายถึงการใช้ข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างสังคมที่ยืดหยุ่น ลดความเหลื่อมล้ำ และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
แนวคิด Sustainability & Connectivity จึงสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาชน เพื่อสร้างระบบนิเวศข้อมูล (Data Ecosystem) ซึ่งหมายถึง ระบบความสัมพันธ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กระบวนการ เทคโนโลยี กฎระเบียบ และข้อมูล ที่ทำงานร่วมกันอย่างเชื่อมโยงตลอดวงจรชีวิตข้อมูล เพื่อสร้างคุณค่า สนับสนุนการตัดสินใจ และขับเคลื่อนนวัตกรรมในภาครัฐเพื่อให้บริการแก่ประชาชน โดยในบริบทของรัฐบาลดิจิทัล ระบบนิเวศข้อมูลที่มีประสิทธิภาพจะต้องประกอบด้วย
- ข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Data)
- มาตรฐานข้อมูลภาครัฐ
- การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
- การกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance)
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ (Data-driven Government)
ซึ่งจะนำไปสู่การเป็น Government Data Ecosystem ที่สนับสนุนการให้บริการภาครัฐแบบดิจิทัลและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ข้อมูลเปิด (Open Data) หมายความว่า ข้อมูลในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลที่สามารถเปิดเผยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเสรี ไม่จำกัดแพลตฟอร์ม ไม่เสียค่าใช้จ่าย และนำไปเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์ ซึ่งมีการระบุคุณลักษณะของข้อมูลเปิดภาครัฐไว้ 10 ประการ (สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : มรด. 8 : 2567 มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยแนวทางการเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะ เวอร์ชัน 2.0) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่าข้อมูลเปิดเป็นองค์ประกอบสำคัญของรัฐบาล ที่ช่วยส่งเสริมความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และนวัตกรรมทางสังคม หลักการสำคัญของ Open Data Charter ประกอบด้วย 6 ประการ ได้แก่
- Open by Default : เปิดเผยเป็นค่าตั้งต้น
- Timely and Comprehensive : ทันท่วงทีและครอบคลุม
- Accessible and Usable : เข้าถึงง่ายและนำไปใช้ได้จริง
- Comparable and Interoperable : เปรียบเทียบและเชื่อมโยงกันได้
- For Improved Governance & Citizen Engagement : เพื่อการบริหารงานที่ดีและการมีส่วนร่วมของประชาชน
- For Inclusive Development & Innovation : เพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุมและนวัตกรรม
ในมิติของความยั่งยืน ข้อมูลเปิดมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลคุณภาพอากาศ ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ข้อมูลการใช้พลังงาน ข้อมูลทรัพยากรน้ำ หรือข้อมูลการขนส่งสาธารณะ สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผนนโยบาย และพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายประเทศทั่วโลกได้นำข้อมูลเปิดมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และสังคมคาร์บอนต่ำ โดยเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ แม้ว่าการเปิดเผยข้อมูลจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การเปิดข้อมูลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอหากข้อมูลขาดคุณภาพ ขาดมาตรฐาน หรือไม่มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม Data Governance จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการตลอดวงจรชีวิตข้อมูล ซึ่ง Data Governance ที่เข้มแข็ง จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูล ลดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บข้อมูล และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการให้บริการภาครัฐแบบดิจิทัลและการขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืน
การเชื่อมโยงข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อสร้างคุณค่าจากข้อมูลเหล่านี้ โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกันถือเป็นหัวใจสำคัญของ Sustainability & Connectivity ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น การบริหารจัดการคุณภาพอากาศจำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม การคมนาคม พลังงาน อุตุนิยมวิทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากข้อมูลเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนกันได้อย่างมีมาตรฐาน จะช่วยให้ภาครัฐสามารถวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อมลพิษ วางมาตรการเชิงรุก และติดตามผลได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ในอนาคต ข้อมูลจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่ต่างจากถนน ระบบไฟฟ้า หรือเครือข่ายสื่อสาร ประเทศที่สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการพัฒนานวัตกรรม การยกระดับบริการภาครัฐ และการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน การขับเคลื่อน Sustainability & Connectivity จึงต้องดำเนินควบคู่กันใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
- ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐที่มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
- พัฒนากลไก Data Governance เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความรับผิดชอบในการใช้ข้อมูล
- ยกระดับการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน
สำหรับประเทศไทยมี ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Government Data) ภายใต้ชื่อ “data.go.th” ที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงข้อมูลเปิดภาครัฐของประเทศที่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้สะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา โดยข้อมูลที่เผยแพร่อยู่ในรูปแบบไฟล์ที่สามารถแสดงตัวอย่างข้อมูล (Preview) การแสดงข้อมูลด้วยภาพ (Visualization) และเอพีไอ (API) แบบอัตโนมัติให้กับชุดข้อมูลที่เผยแพร่ได้ รวมทั้งยังสามารถจัดการชุดข้อมูลและเมทาดาตาของข้อมูลได้อีกด้วย โดยมีการแบ่งกลุ่มข้อมูลออกเป็น 15 กลุ่ม เช่น กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลุ่มเมืองและภูมิภาค กลุ่มสาธารณสุข เป็นต้น
ตัวอย่างผลงานจากโครงการค่ายสานฝันปั้นอัศวินข้อมูลภาครัฐ – DIGI Data Camp Season 4 ในการใช้ข้อมูลเปิดภาครัฐที่เป็นข้อมูลในรูปแบบที่อ่านได้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร (Machine Readable) ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่สำคัญของข้อมูลเปิด นำมาวิเคราะห์และจัดทำ Dashboard ตัวอย่างเช่น
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำเสนอผลงานในหัวข้อ “เงินอุทยานแห่งชาติกับการพัฒนาประเทศ” ซึ่งทำให้การตัดสินใจด้านการพัฒนาบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานเป็นไปบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-Driven Decision Making) ที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ นอกจากนี้ ข้อมูลยังสามารถนำไปใช้ในการวางแผนจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การบริหารจัดการขยะ การควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้พื้นที่ การลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ที่มีความเปราะบาง ซึ่งจะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต และในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว จะช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวอย่างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของประเทศในระยะยาว
- กรมการพัฒนาชุมชน นำเสนอผลงานในหัวข้อ “CDD Village Oracle ข้อมูล 7 มิติ จาก 70,473 หมู่บ้าน” เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนผ่านการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูล (Data-Driven Policy) ภายใต้หลัก Data Governance ที่ช่วยให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ระบบยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดความสูญเปล่าจากการใช้งบประมาณ และสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับหลัก ESG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะการขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว
หากประเทศไทยสามารถสร้างสมดุลระหว่าง “การเปิดเผยข้อมูล” และ “การกำกับดูแลข้อมูล” ได้อย่างเหมาะสม ข้อมูลจะไม่ใช่เพียงทรัพยากรดิจิทัล แต่จะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว สังคมที่โปร่งใส และอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน
เรียบเรียงโดย
ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
References :
- มรด. 8 : 2567 มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยแนวทางการเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะ เวอร์ชัน 2.0 : มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยแนวทางการเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะ เวอร์ชัน 2.0 (OPEN GOVERNMENT DATA GUIDELINE) (มรด. 8 : 2567) – DIGITAL GOVERNMENT DEVELOPMENT AGENCY
- The Economic and Social Impact of Open Government : https://www.oecd.org/en/publications/the-economic-and-social-impact-of-open-government_6b3e2469-en/full-report/open-government-concept-definitions-and-implementation_d34c47a4.html
- The extent to which national health datasets may be shared varies significantly across countries : https://www.oecd.org/en/topics/sub-issues/data-governance.html
- Harnessing the Data Revolution for Sustainable Development : https://www.worldbank.org/en/data/statistical-capacity-building/data-revolution
- World Bank Open Data : https://data.worldbank.org/
- The 6 International Open Data Principles : https://opendatacharter.org/principles/
- ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Government Data) : https://data.go.th/