หน่วยงานราชการไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ราคาพลังงาน ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ท่ามกลางกระแสการลดเอกสารกระดาษที่ดูเหมือนจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ในความเป็นจริง หลังบ้านของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม กลับเต็มไปด้วยห้องเซิร์ฟเวอร์ (Server Room) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) แบบดั้งเดิมที่กระจัดกระจายและไร้การเชื่อมโยง ก่อให้เกิดงบประมาณบำรุงรักษาที่ในแต่ละปีต้องลุ้นในการของบประมาณเพื่อมาจัดทำเรื่องนี้ ที่สวนทางกับเจตนารมณ์นโยบาย Net Zero ของประเทศอย่างสิ้นเชิง

หากพิจารณาอย่างลึกซึ้งเป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ข้าราชการและผู้บริหารในยุคนี้ซึ่งเป็นแกนหลักในการบริหารแผนงานแผ่นดินต้องเร่งแก้ไข การเดินหน้าเข้าสู่ยุคดิจิทัลโดยปราศจากกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืน (Sustainability) จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้นกลายเป็นภาระผูกพันระยะยาว ทั้งในแง่ของต้นทุนพลังงาน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แนวคิดและกลไกของ Green Cloud กับการปฏิรูปศูนย์ข้อมูลภาครัฐ

คำตอบที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหานี้คือการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ Green Cloud Computing ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดสรรทรัพยากรแบบรวมศูนย์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด เทคโนโลยีคลาวด์ทำหน้าที่เสมือนทรัพยากรส่วนกลางทางดิจิทัลที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐสามารถเข้าถึง ในการประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการจริง โดยไม่จำเป็นต้องสร้างหรือขยายห้องเซิร์ฟเวอร์เพิ่มขึ้น 

ตัวชี้วัดความคุ้มค่าด้านพลังงานที่สำคัญในสากลคือ ค่า PUE (Power Usage Effectiveness) ซึ่งคำนวณจากสูตร

PUE=TotalFacilityEnergyITEquipmentEnergy PUE = \frac{Total \:Facility\:Energy}{IT\: Equipment\:Energy}

ในศูนย์ข้อมูลภาครัฐแบบดั้งเดิม ค่า PUE มักจะมีค่าสูงกว่า 2.0 หรือมากกว่านั้น ซึ่งหมายความว่าหากอุปกรณ์ไอทีใช้พลังงาน 1 หน่วย ระบบจะต้องเสียพลังงานอีกมากกว่า 1 หน่วยไปกับระบบสนับสนุน เช่น เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่และระบบสำรองไฟ ในทางกลับกัน ศูนย์ข้อมูลที่รองรับระบบ Green Cloud ยุคใหม่สามารถทำค่า PUE ให้ต่ำลงมาอยู่ในระดับ 1.1 – 1.2 ได้ โดยการนำเทคโนโลยีการทำความเย็นที่ทันสมัยขึ้น 

กับคำถามที่ว่า เพราะเหตุใดศูนย์ข้อมูลแบบเดิมถึงไม่ยั่งยืน

หากมองลึกลงไปในโครงสร้างการทำงานของภาครัฐในปัจจุบัน จะพบปัญหาเชิงโครงสร้างที่มักติดปากเรียกกันว่า “ต่างคนต่างสร้างอาณาจักร” แต่ละหน่วยงานจึงต่างจัดสรรงบประมาณประจำปีเพื่อซื้อเครื่องแม่ข่าย คลังจัดเก็บข้อมูล (Storage) และระบบเครือข่ายเป็นของตนเอง เพื่อระบบจะอยู่ภายใต้การควบคุม ส่งผลให้ประเทศไทยมีศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กและขนาดกลางของรัฐกระจายอยู่หลายร้อยแห่งทั่วประเทศ 

ผลลัพธ์เชิงประจักษ์คือ อัตราการใช้ประโยชน์จากหน่วยประมวลผลกลาง (CPU Utilization) เฉลี่ยในภาคส่วนราชการอยู่ในระดับที่ต่ำมากเพียงแค่ร้อยละ 10 – 15 ของขีดความสามารถทั้งหมดเท่านั้น คือมีทรัพยากรคอมพิวเตอร์อีกกว่าร้อยละ 85 ที่ถูกเปิดเครื่องไว้เฉยๆ โดยเครื่องเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นยังคงใช้กระแสไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา และระบบปรับอากาศในห้องเซิร์ฟเวอร์ก็ยังต้องรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 22 องศาเซลเซียส นี่คือการสูญเสียพลังงานที่เกิดขึ้นทุกวินาทีโดยไม่มีผู้ใดตระหนักถึง 

เทคโนโลยีที่ทำให้ Green Cloud Computing กลายเป็นทางออกแห่งความยั่งยืนประกอบด้วยเทคโนโลยี 3 ประการหลัก ได้แก่

  1. การจำลองระบบขั้นสูง (Advanced Virtualization)  เทคโนโลยีนี้นำซอฟต์แวร์ไฮเปอร์ไวเซอร์ (Hypervisor) เข้ามาตัดแบ่งฮาร์ดแวร์กายภาพเครื่องเดียวให้สามารถรันระบบปฏิบัติการเสมือน (Virtual Machines) ได้นับสิบหรือนับร้อยระบบ ส่งผลให้สามารถยุบรวม (Consolidate) เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เคยแยกกัน ให้มาอยู่บนฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงชุดเดียวกัน ทำให้อัตราการใช้งานฮาร์ดแวร์พุ่งสูงขึ้นไปสู่ระดับร้อยละ 70 – 80 ซึ่งเป็นจุดที่คุ้มค่าพลังงานสูงสุด
  2. ความยืดหยุ่น (Elasticity) ระบบคลาวด์มีความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรแบบยืดหดได้อัตโนมัติ ในระบบแบบเดิม หน่วยงานต้องซื้อเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่เผื่อไว้รองรับปริมาณการใช้งานสูงสุด (Peak Load) ของประชาชนซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันในรอบปี ส่วนเวลาที่เหลือเครื่องเหล่านั้นจะถูกปล่อยทิ้งว่าง แต่ระบบคลาวด์จะขยายขีดความสามารถในการประมวลผลขึ้นมาโดยอัตโนมัติในช่วงที่มีความต้องการสูง
  3. โครงสร้างที่รองรับเปิดรับการเชื่อมโยงข้อมูลและขับเคลื่อนด้วย API (Data Connectivity & API-Driven Architecture)  เมื่อฐานข้อมูลสำคัญของภาครัฐย้ายขึ้นไปอยู่บนสภาพแวดล้อมระบบคลาวด์ที่มีมาตรฐานเดียวกัน การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัลจะสามารถทำผ่านระบบ Application Programming Interface (API) ที่รวดเร็วและปลอดภัย

แผนยุทธศาสตร์และแนวปฏิบัติสำหรับหน่วยงานรัฐไทย

ในการนำกรอบแนวคิดนี้ไปปฏิบัติจริงในบริบทของราชการไทย หน่วยงานรัฐจำเป็นต้องขับเคลื่อนผ่านยุทธศาสตร์ GDCC (Government Data Center and Cloud service)  หรือบริการคลาวด์กลางภาครัฐ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้วางรากฐานไว้ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ให้ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารภาครัฐในยุค Gen X จะต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้จัดซื้อฮาร์ดแวร์” ไปสู่ “ผู้กำกับดูแลและใช้บริการ” (จาก Capital Expenditure – CapEx ไปสู่ Operational Expenditure – OpEx) เพื่อช่วยให้เห็นภาพการเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างและประโยชน์ที่จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน ตารางด้านล่างแสดงข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างสถาปัตยกรรมทั้งสองรูปแบบ

มิติการเปรียบเทียบศูนย์ข้อมูลภาครัฐแบบดั้งเดิม
(Traditional Siloed Data Center)
ระบบคลาวด์กลางภาครัฐสีเขียว
(GDCC & Green Cloud)
ดัชนีประสิทธิภาพพลังงาน
(PUE)
สูงกว่า 2.0
(สูญเสียพลังงานส่วนใหญ่ไปกับระบบทำความเย็น)
ต่ำกว่า 1.2
(ใช้ระบบทำความเย็นอัจฉริยะและ AI ควบคุม)
การใช้ประโยชน์
จากฮาร์ดแวร์
เฉลี่ยร้อยละ 10 – 15
 (เซิร์ฟเวอร์เปิดทิ้งไว้โดยไร้งาน)
เฉลี่ยร้อยละ 70 – 80
(ยุบรวมระบบด้วย Virtualization)
ความยืดหยุ่น
ในการรองรับงาน
จำกัดตามขนาดฮาร์ดแวร์ที่จัดซื้อ
ขยายระบบใช้เวลานาน
ยืดหดได้ตามจริง (Elasticity)
 รองรับ Peak Load ได้ทันที
โครงสร้าง
งบประมาณแผ่นดิน
เน้น CapEx
(ผูกพันงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อซื้อสินทรัพย์)
เน้น OpEx
 (จ่ายตามการใช้งานจริง
ประหยัดงบประมาณภาพรวม)

ถอดบทเรียนความสำเร็จ (Case Studies) ยกระดับสู่สากล

เมื่อมองไปยังเวทีโลก มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากรัฐบาลหลายประเทศที่สามารถประสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ยุทธศาสตร์ Cloud-First ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร (UK Government)  ซึ่งเริ่มต้นจากการออกนโยบายบังคับให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งต้องพิจารณาการเลือกใช้บริการคลาวด์สาธารณะหรือคลาวด์กลางเป็นอันดับแรกก่อนการขออนุมัติงบประมาณซื้อเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว แผนงานดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินภาษีของประชาชนได้มากกว่า 1,000 ล้านปอนด์ แต่ยังสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคไอทีภาครัฐลงได้มากกว่าร้อยละ 75 ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ

อีกหนึ่งกรณีศึกษาคือ ประเทศสิงคโปร์ กับโครงการ Government Commercial Cloud (GCC) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงระบบงานและข้อมูลของกระทรวงต่างๆ เข้ากับระบบคลาวด์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีการรับรองมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อมชั้นสูง รัฐบาลสิงคโปร์ใช้ระบบตรวจสอบการใช้พลังงานแบบ Real-time Dashboard ผสานกับการใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมการสืบค้นข้อมูลของประชาชน ทำให้สามารถปิดการทำงานของหน่วยประมวลผลที่ไม่มีการใช้งานในเวลากลางคืนได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ดัชนีความยั่งยืนของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐขยับขึ้นสู่ระดับแนวหน้าของเอเชีย

บทสรุป (Conclusion) สำหรับผู้นำและผู้บริหารภาครัฐ

การตัดสินใจเชิงนโยบายในการยุบรวมศูนย์ข้อมูลที่กระจัดกระจาย แล้วก้าวสู่การใช้ระบบ Green Cloud และส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างมีเอกภาพ อาจต้องเผชิญกับแรงต้านเชิงวัฒนธรรมองค์กรหรือความคุ้นชินเก่าๆ ในช่วงแรก แต่หากพวกเรามีความอดทนและมุ่งมั่นพิสูจน์ให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ ทั้งในแง่ของความคุ้มค่าทางงบประมาณแผ่นดินและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งนี้จะเป็นข้อพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้นำยุคนี้ที่พร้อมจะส่งมอบ “มรดกภาครัฐสีเขียว” ที่ยั่งยืนและไร้รอยต่อให้แก่อนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง 

เรียบเรียงโดย

ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)

References

  1. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย : https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dga-019/dga-027/dg-plan-2566-2570/
  2. บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT): ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud service – GDCC): https://www.ntplc.co.th/docs/default-source/governmentpolicies/1-โครงการพ-ฒนาระบบคลาวด-กลางภาคร-ฐ.pdf และข่าวสารจาก: https://www.ntplc.co.th/news/detail/nt-unveils-2026-business-plan-digital-transformation
  3. U.S. Department of Energy : Best Practices Guide for Energy-Efficient Data Center Design : https://www.energy.gov/sites/default/files/2024-07/best-practice-guide-data-center-design.pdf
  4. Google Cloud Sustainability Enterprise Infrastructure: Google Environmental Report 2019: https://sustainability.google/reports/environmental-report-2019/#data-centers
  5. World Economic Forum (WEF): Why we must harness technological convergence for a greener AI energy future. : https://www.weforum.org/stories/2025/08/greener-ai-technology-convergence/
  6. United Kingdom. Cloud First Policy : https://www.gov.uk/guidance/government-cloud-first-policy
  7. Singapore. Government on Commercial Cloud (GCC) : https://www.tech.gov.sg/products-and-services/for-government-agencies/software-development/government-on-commercial-cloud/