หลายคนรู้จัก AI เป็นอย่างดี และบางคนก็รู้จัก Governance เป็นอย่างดีเช่น แต่เมื่อทั้ง 2 อย่างมารวมกันกลับเป็นคำถามที่หลายคนยังสงสัยและตั้งคำถามว่าคืออะไร 

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (Al) เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติหรือพฤติกรรมใกล้เคียงมนุษย์ เช่น การเรียนรู้ การรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม การให้เหตุผล และการแก้ไขปัญหา เป็นต้น ตามวัตถุประสงค์ที่มนุษย์กำหนด (อ้างอิง ETDA) ซึ่งทราบกันดีว่า AI สามารถใช้งานได้หลากหลาย มีความรวดเร็ว แม่นยำ จึงทำให้ AI มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ในปัจจุบันหลายองค์กรจึงเริ่มมีการนำ AI มาใช้งานในบางส่วน เช่น การจัดการศูนย์บริการช่วยเหลือ (Service-desk Management) การจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นต้น ในขณะเดียวกันการนำ AI มาใช้งานนั้นก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การสร้างข้อมูลหรือเนื้อหาที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นความจริง หรือไม่สมเหตุสมผล (Hallucination) เกิดความลำเอียงหรืออคติ (Bias) รวมถึงขัดต่อกฎหมายเช่นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล หรือปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ เป็นต้น 

ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ หรือ Data Governance คือการกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้มีส่วนได้เสียในการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐทุกขั้นตอน เพื่อให้การได้มาและการนำข้อมูลของหน่วยงานของรัฐไปใช้เป็นไปอย่างถูกต้อง ข้อมูลมีความครบถ้วน เป็นปัจจุบัน มีการรักษาความเป็นส่วนบุคคล สามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยน และบูรณาการข้อมูลระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการใช้ข้อมูลเป็นหลักในการบริหารงานภาครัฐและการบริการสาธารณะ (อ้างอิง DGA) ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนหน่วยงาน เพื่อให้ทุกส่วนงานสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการทำงานร่วมกันได้ โดยการกำหนดขั้นตอนและแนวทางต่าง ๆ การดำเนินงานด้านข้อมูลของหน่วยงานอย่างชัดเจน มีการกำหนดสิทธิการใช้งาน การเข้าถึงข้อมูล และการตัดสินใจเกี่ยวกับข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้  

AI Governance เป็นการกำกับดูแลในมิติของความเสี่ยงในการนำ AI มาใช้งานซึ่งจำเป็นต้องมีการพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ควบคู่กันไป เช่น การประเมินความเสี่ยงด้านความลำเอียงหรืออคติของข้อมูล การละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงผลกระทบทางสังคมที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาโดยแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงของการใช้งานระบบ AI แบ่งออกเป็น 

  • ส่วนที่ 1 ธรรมาภิบาลของการนำระบบ AI มาใช้งาน (Governance) 
  • ส่วนที่ 2 การพัฒนาและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของการใช้งานระบบ AI (Development and Security) 

ดังนั้นสิ่งที่ดำเนินการเหมือนกันระหว่าง AI Governance และ Data Governance คือ การกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติ รวมถึงบทบาทหน้าที่ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อกำกับดูแลและให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ ดังนั้นถือได้ว่า AI Governance ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ Data Governance เพราะ AI ต้องอาศัยข้อมูลในการทำงาน โดย AI Governance แบ่งแนวทางการกำกับดูแลออกเป็น 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่  

  1. การกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแล (AI Governance Structure) แบ่งการดำเนินการได้ 3 ขั้นตอน ได้แก่ การมีคณะกรรมการ (AI Governance Council) การกำหนดหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง (Role & Responsibility) ของผู้ที่เกี่ยวข้อง และการเสริมสร้างพัฒนาความรู้ (Competency Building)  
  1. การกำหนดกลยุทธ์ในการประยุกต์ใช้ AI (AI Strategy) ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ การกำหนดกลยุทธ์การใช้งาน AI (Responsible AI Strategy) และการวิเคราะห์และกำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงในการประยุกต์ใช้ AI (AI Risk Management) 
  1. การกำกับดูแลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI Operation) แบ่งออกเป็น 2 มิติ ได้แก่ การกำกับดูแลการประยุกต์ใช้ AI ตลอดวงจรพัฒนา AI (Governing Al Life Cycle) และการสร้างกลไกความรับผิดชอบในการให้บริการและสะท้อนความคิดเห็น (AI Service and Feedback) 

ตัวอย่างหน่วยงานและการใช้งาน AI 

  • สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (Office of the Council of State) ใช้ระบบ AI วิเคราะห์และเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับมาตรฐานของ OECD โดยใช้เทคโนโลยี NLP เพื่อช่วยผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลกฎหมายจำนวนมาก ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจด้านนโยบายและการแก้ไขกฎหมายมีข้อมูลประกอบที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น 
  • กรมที่ดิน – ให้ระบบ AI-Din เป็นการพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ช่วยในการตรวจสอบเอกสารและตอบคำถามเชิงบริการของประชาชนเพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่และช่วยในการตัดสินใจภายในงานลงทะเบียนที่ดินและบริการที่เกี่ยวข้อง 

นอกจากตัวอย่างข้างต้นแล้ว หลายหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมสรรพากร / กรมศุลกากร เริ่มมีการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์และตรวจสอบเชิงความเสี่ยง (เช่น คาดการณ์แนวโน้มภาษี หรือการคัดกรองความเสี่ยงของสินค้า) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง AI Governance เพื่อให้ระบบ AI มีความโปร่งใสและควบคุมความเสี่ยงตามมาตรฐานของหน่วยงานรัฐด้วยเช่นกัน 

บทสรุป 

สุดท้าย AI Governance ยังคงมุ่งเน้นในเรื่องการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลที่ดี (Data driven) โดยมีการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐเป็นพื้นฐาน และมีการกำกับดูแลในมิติของความเสี่ยงในการนำ AI ไปใช้งาน เพื่อให้ข้อมูลขององค์กรสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังส่งเสริมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในการให้บริการประชาชน ของหน่วยงานภาครัฐอีกด้วย 

ในสัปดาห์หน้าทุกท่านยังคงติดตามบทความเกี่ยวกับ AI ที่ใกล้ตัวทุกท่านมากยิ่งขึ้นได้ที่นี่ https://standard.dga.or.th/ 

Reference: 

  • สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). มรด. 6 : 2566 มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลว่าด้วยกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ฉบับปรับปรุง: แนวปฏิบัติ : https://standard.dga.or.th/wp-content/uploads/2023/10/Final_DGF-Review-v0.17_NoTrack-Change.pdf  
  • สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์. 20241125-Generative-AI-Guideline_V2-0 : https://library.ipst.ac.th/wp-content/uploads/2024/10/GenerativeAIGovernanceGuideline_Vol1_AIGC.pdf 
  • สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน). AI Governance: เข็มทิศนำทางสู่ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ : https://bdi.or.th/big-data-101/ai-governance/