
ออกแบบโลกดิจิทัลที่เท่าเทียม เพื่อการเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่สมบูรณ์
ความพยายามสำคัญในระดับนานาชาติเพื่อสร้างการเข้าถึงดิจิทัลอย่างครอบคลุม ในขณะที่ประชากรกว่าสองล้านคนที่มีความพิการยังคงเผชิญกับความไม่เท่าเทียมทางออนไลน์ ซึ่งจำกัดการเข้าถึงบริการสำคัญด้านสุขภาพ การเงิน และการศึกษา มีผู้คนจำนวนมากที่ยังมีความยากลำบากในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การมีอุปกรณ์ การพัฒนาทักษะดิจิทัล หรือการใช้บริการออนไลน์
การแก้ไขปัญหาการถูกตัดขาดจากโลกดิจิทัลไม่ใช่ความรับผิดชอบของกลุ่มใดกลุ่มเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เอกชนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักเทคโนโลยี เพื่อสร้างสังคมดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกคน หลายประเทศได้เปิดตัวกลยุทธ์ระดับชาติด้านการรวมดิจิทัล โดยมุ่งเน้นที่การขยายการเข้าถึง การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการทำให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย เช่น สหภาพยุโรปบังคับใช้มาตรฐานการเข้าถึงผ่าน European Accessibility Act (EAA) ซึ่งกำหนดให้บริการดิจิทัลหลายประเภทสามารถเข้าถึงได้ภายในปี 2025 สภาท้องถิ่นและเทศบาลมักสนับสนุนการฝึกอบรมด้านความรู้ดิจิทัล โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้หางาน โดยมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือผู้คนให้มากขึ้น โดยทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด สามารถเชื่อมต่อและออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ
แผนการดำเนินการ 6 ประการ ของรัฐบาลเพื่อส่งเสริม Digital Inclusion & Accessibility
| แผนการดำเนินการ | เป้าหมาย | วิธีดำเนินการ / มาตรการ |
|---|---|---|
| 1. ให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วและราคาสมเหตุสมผล | ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเชื่อมต่อ | – ทำงานร่วมกับบริษัทโทรคมนาคมเพื่อให้แพ็กเกจบรอดแบนด์ราคาถูกเข้าถึงง่าย – ป้องกันการขึ้นราคาที่ไม่คาดคิดในสัญญา – สนับสนุนผู้ที่มีปัญหาทางการเงิน |
| 2. ให้ผู้คนเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็น | ทุกครัวเรือนมีอุปกรณ์ดิจิทัลที่ใช้ได้ | – ส่งเสริมการส่งต่ออุปกรณ์ที่ไม่ใช้แล้ว – ทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น กลุ่มชุมชน องค์กรการกุศล และธุรกิจ – จัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับผู้ใช้ เช่น สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตสำหรับผู้สูงอายุ แล็ปท็อปสำหรับเด็กที่ครอบครัวมีรายได้น้อย |
| 3. เสริมสร้างการสนับสนุนดิจิทัลในชุมชน | ผู้คนออนไลน์ได้มั่นใจและมีทักษะ | – ใช้บทเรียนจากโครงการ เช่น Digital Inclusion Innovation Fund – ให้ความช่วยเหลือโดยผู้เชื่อถือได้ในท้องถิ่น – ปรับการช่วยเหลือตามทักษะ ความมั่นใจ และการเข้าถึงของแต่ละบุคคล |
| 4. ปรับปรุง Essential Digital Skills Framework | ทักษะดิจิทัลพื้นฐานเพียงพอสำหรับชีวิตและงาน | – อัปเดตให้สอดคล้องเทคโนโลยีปัจจุบัน เช่น AI – สอนวิธีป้องกันการถูกโกงและฉ้อโกงออนไลน์ |
| 5. ทำให้บริการดิจิทัลใช้งานได้สำหรับทุกคน | บริการออนไลน์ครอบคลุมและปลอดภัย | – อัปเดต GOV.UK Service Manual เพื่อกำหนดมาตรฐานสูงขึ้น – รักษาตัวเลือกไม่ใช้ดิจิทัล เช่น โทรศัพท์/พบตัวต่อตัว – ร่วมมือกับบริการเอกชน เช่น ธนาคาร สาธารณูปโภค ร้านค้าออนไลน์ – พัฒนาระบบการเข้าถึงผ่านตัวแทน (proxy/delegated access) สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ |
| 6. ฝัง Digital Inclusion ในทุกหน่วยงานรัฐบาล | การสนับสนุนเข้าถึงดิจิทัลทั่วประเทศ | – รวบรวมหน่วยงานต่าง ๆ ผ่าน Ministerial Group for Digital Inclusion – ให้การสนับสนุนเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการมากที่สุด – ทำให้การรวมดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของบริการประจำวันและแผนงานสำคัญของรัฐบาล |
สำหรับประเทศไทย ตามรายงานคนพิการแห่งชาติ 2568 ประมาณ 3.45% ของประชากรไทย หรือมากกว่า 2.28 ล้านคน มีความพิการ จำนวนมากยังพบอุปสรรคสำคัญต่อแพลตฟอร์มออนไลน์เนื่องจากข้อจำกัดด้านการออกแบบและขาดมาตรฐานการเข้าถึง ซึ่งทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการดิจิทัลที่จำเป็นได้ โดยรัฐบาลไทยมีแนวทางการส่งเสริมการพัฒนา เว็บไซต์ หรือบริการดิจิทัลที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม เป็นก้าวแรกที่สำคัญต่อการสร้าง Digital Inclusion หรือสังคมดิจิทัลร่วมกันในอนาคต เพื่อให้ประชาชนทุกคนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมฐานความรู้และเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 5 แนวทาง ดังนี้
| แนวทาง | วิธีดำเนินการ / มาตรการ |
|---|---|
| 1. พัฒนามาตรฐานและนโยบาย Accessibility | – ใช้มาตรฐาน Web Content Accessibility Guidelines (WCAG) สำหรับเว็บไซต์และแอปของรัฐ – ส่งเสริมเว็บไซต์ภาครัฐ 3.0 ที่รองรับคนพิการเข้าถึงข้อมูลได้ |
| 2. ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม | – ลงนาม MOU เพื่อผลักดัน Digital Accessibility – จัดตั้งคณะทำงานร่วมหลายหน่วยงานเพื่อสนับสนุนมาตรฐานและนโยบาย |
| 3. สนับสนุนเทคโนโลยีและโครงการสำหรับกลุ่มเปราะบาง | – พัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการ เช่น ระบบถ่ายทอดสื่อแบบรองรับ คำบรรยาย และแพลตฟอร์มช่วยเข้าถึงบริการ |
| 4. ส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัล | – จัดหลักสูตรอบรมทักษะดิจิทัลทั้งในเมืองและพื้นที่ห่างไกล – สร้างศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลในชุมชน |
| 5. ขยายโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต | – โครงการเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ไม่สมดุล – โครงการจัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลสำหรับผู้ที่ขาดแคลน |
การนำแนวทาง Web Content Accessibility Guidelines หรือ WCAG โดยองค์กร World Wide Web Consortium (W3C) และ TWCAG 2025 มาใช้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ครอบคลุมในประเทศไทย สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม การสร้างการเข้าถึงบนโลกดิจิทัลให้เกิดความเท่าเทียม โดยมีการกำหนดเกณฑ์และแนวทางในการออกแบบพร้อมทั้งการวัดผลสำเร็จที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ A, AA, AAA (พื้นฐาน, ดี และดีเยี่ยม ตามลำดับ) โดยปัจจุบันมีการอัพเดตแนวทางเวอร์ชันล่าสุด คือ WCAG2.2 ซึ่งจะมีรายละเอียดการออกแบบที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่พัฒนาใหม่และเพิ่มเกณฑ์ที่ครอบคลุมข้อจำกัดต่าง ๆ ของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยยึดถือการเข้าถึงดิจิทัล 4 ประการ (4 Principles of Accessibility) ได้แก่
- สามารถรับรู้ได้ (Perceivable) ผู้ใช้สามารถรับรู้เนื้อหาและองค์ประกอบของเว็บไซต์ได้ ผ่านประสาทสัมผัสอย่างน้อยอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การมองเห็น การได้ยิน หรือการสัมผัส เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าใจถึงรายละเอียดนั้นได้
- สามารถใช้งานได้ (Operable) ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมในการใช้งานหรือโต้ตอบกับเนื้อหาได้ด้วยอุปกรณ์ อาทิ แป้นพิมพ์ เมาส์ หรือหน้าจอสัมผัส
- สามารถเข้าใจได้ (Understandable) เนื้อหาและองค์ประกอบที่ปรากฏบนเว็บไซต์จะต้องแสดงออกหรือสื่อสารให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ การออกแบบเว็บไซต์จึงต้องออกแบบโดยยึดผู้ใช้งานเป็นหลัก (User-centered Design) เช่น การมีข้อความบรรยายประกอบภาพหรือคลิปวีดิโอ (Caption)
- สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่หลากหลาย (Robust) เนื้อหาแสดงออกผ่านอุปกรณ์ที่รองรับได้หลายอุปกรณ์และมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนที่หลากหลายแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็ปเลต หรือสมาร์ทโฟน อำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ และผู้ใช้ทุกกลุ่มให้ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ซึ่งการออกแบบโดยคำนึงถึงหลักการเหล่านี้ตั้งแต่เริ่มต้น จะทำให้ได้ผลลัพธ์ของการพัฒนา เว็บไซต์ หรือบริการดิจิทัลที่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม เป็นก้าวแรกที่สำคัญต่อการสร้าง Digital Inclusion หรือสังคมดิจิทัลร่วมกันในอนาคต เพื่อให้ประชาชนทุกคนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมฐานความรู้และเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบ ปัจจุบันรัฐบาลไทยยังคงส่งเสริมในประเด็น WCAG อย่างต่อเนื่อง โดย สพร. ได้มีการประกาศ มาตรฐานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ว่าด้วยมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ เวอร์ชัน 3.0 เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐไปใช้เป็นข้อเสนอแนะสำหรับหน่วยงานรัฐ
เห็นได้ว่าทิศทางโลกและทิศทางของประเทศไทย ให้ความสำคัญในเรื่องของ Digital Inclusion & Accessibility เป็นอย่างมากความพยายามเหล่านี้สะท้อนถึง วาระระดับชาติของทั่วโลกในการส่งเสริมการรวมดิจิทัล เพราะไม่ใช่เป็นเพียงการส่งเสริมเพื่อนำไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล แต่เป็นการให้ความสำคัญต่อประชาชนของประเทศ ให้สิทธิพื้นฐานทางด้านดิจิทัลที่เท่าเทียม และเสมอภาค เพื่อให้การเป็นรัฐบาลดิจิทัลนั้นสมบูรณ์แบบมากที่สุด
เรียบเรียงโดย
ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
References:
- มาตรฐานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ว่าด้วยมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ เวอร์ชัน 3.0 : มาตรฐานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ว่าด้วยมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ เวอร์ชัน 3.0 (มสพร. 11-2566) (Guidelines For Government Website Standard Version 3.0) – DIGITAL GOVERNMENT DEVELOPMENT AGENCY
- การขับเคลื่อนการเข้าถึงดิจิทัลอย่างเท่าเทียม (Digital Accessibility) : https://www.depa.or.th/th/article-view/digital-accessibility
- Digital Inclusion Action Plan: One Year On progress report : https://www.gov.uk/government/publications/digital-inclusion-action-plan-one-year-on/digital-inclusion-action-plan-one-year-on
- Digital access drive for people with disability : https://www.thailand.go.th/issue-focus-detail/digital-access-drive-for-disabled-people-2-2
- สภาดิจิทัลฯ ผนึก 12 หน่วยงานรัฐ–เอกชน : https://www.dct.or.th/en/news-and-activities/detail/669