ส่งเสริมคุณค่าการเป็นบุคลากรในยุครัฐบาลดิจิทัล

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการทำงาน การพัฒนา “Human Capital” หรือ ทุนมนุษย์ จึงต้องปรับจากการพัฒนาทักษะแบบเดิม ไปสู่การสร้าง “คนดิจิทัล” ที่มีความรู้ความเข้าใจ สามารถวิเคราะห์และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพื่อการตัดสินใจบนฐานข้อมูลและเทคโนโลยีได้อย่างมีวิจารณญาณ

  • ปัญหาของ Digital Literacy & Human Capital ในประเทศไทย แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าด้านรัฐบาลดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีปัญหา การพัฒนาขีดความสามารถเชิงดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ ที่ต้องเร่งพัฒนา 5 ประการ
  1. ช่องว่างทักษะดิจิทัล (Digital Skill Gap) บุคลากรภาครัฐจำนวนมากยังอยู่ในระดับ “ใช้งานพื้นฐาน” ขาดทักษะขั้นสูง เช่น Data Analytics, AI, Cybersecurity ทำให้การขับเคลื่อนการเป็นรัฐบาลดิจิทัลช้าลง
  2. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนระหว่าง (Training vs Awareness) หลายองค์กรยัง มีความสับสนระหว่าง การอบรมเพื่อให้ “ทำเป็น” (Training) กับการสร้างเพื่อให้ “รับรู้และตระหนัก” (Awareness) ส่งผลให้บุคลากรมีความรู้แต่ไม่สามารถทำไม่ได้จริง
  3. ความไม่ต่อเนื่องของการพัฒนา (Fragmented Learning) หลักสูตรอบรมเป็นแบบครั้งคราว (One-off Training) ไม่มีเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Path) ที่ชัดเจน และขาดระบบติดตามผล (Tracking & Evaluation)
  4. ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง (Digital Divide) เช่น คนพื้นที่ชนบทและคนในเมือง คนรุ่นใหม่และ ผู้สูงอายุ ยังมีความไม่เท่าเทียมและแตกต่างกันออกไปในแต่ละกลุ่ม
  5. ทัศนคติ และวัฒนธรรมองค์กร (Mindset & Culture) ความกลัวเทคโนโลยี (Tech Resistance)ไม่กล้าปรับตัว / ไม่กล้าลอง รวมถึงการทำงานแบบ Silo แม้มีการอบรมส่งเสริมแต่ทัศนคติที่ต่อต้านทำให้ไม่เกิด การเปลี่ยนแปลงจริง
  • แนวทางการพัฒนาเพื่อยกระดับ Digital Literacy & Human Capital การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือแบบองค์รวม คือ ทั้งระดับนโยบาย องค์กร และบุคลากร สรุปรวมได้ 6 แนวทาง
  1. สร้างมาตรฐานทักษะดิจิทัลระดับประเทศ National Digital Skill Framework ภาครัฐมีการกำหนดและใช้ Framework เดียวกันทั้งประเทศ เช่น การดำเนินการตามมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัล การกำหนดทักษะที่สำคัญตามหลักสูตรของ Thailand Digital Government Academy (TDGA)
  2. ออกแบบ Training และ Awareness แบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่าง Awareness สร้างความเข้าใจความเสี่ยง Training คือ การฝึกใช้เครื่องมือป้องกันจริง จนสามารถทำเป็นนิสัย
  3. เปลี่ยนจาก One-off Training เป็น Lifelong Learning โดยใช้ Learning Platform กลาง ที่สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา เช่น หลักสูตรออนไลน์ต่อเนื่องสำหรับข้าราชการ โดย TDGA สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล
  4. ใช้เทคโนโลยีช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ไม่จำกัดเฉพาะผู้มีทักษะด้านดิจิทัลสูง เช่น สร้างแพลตฟอร์มภาครัฐที่ใช้งานง่าย (User-friendly) การใช้ AI Tutor / Chatbot สำหรับการเรียนรู้
  5. สร้าง Digital Culture ในองค์กร ส่งเสริมการเรียนรู้ (Learning Culture) อย่างสม่ำเสมอ ปรับ KPI ให้มีเรื่อง Digital Skill เพื่อให้บุคลากรให้ความสำคัญมากขึ้น
  6. กำหนดเกณฑ์การวัดผลให้ชัดเจน (Outcome-based Measurement) ไม่ใช่การวัดแค่ “จำนวน” แต่ต้องวัดการใช้งาน หรือ Productivity เพิ่มขึ้น รวมถึง บริการประชาชนดีขึ้นหรือไม่

ในบริบทของประเทศไทย มาตรา 12(6) แห่งพระราชบัญญัติ การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ระบุไว้ว่า จัดให้มีการพัฒนาทักษะบุคลากรภาครัฐให้มีความรู้ความสามารถในการดำเนินงาน ด้านการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล ให้เป็นไปตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การพัฒนาทักษะดิจิทัลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องส่งเสริมและพัฒนา เนื่องจากยังพบช่องว่างด้านทักษะ (Digital Divide) ทั้งในบุคลากรภาครัฐรวมถึงประชาชน ดังนั้นการยกระดับ Digital Literacy จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้าถึงโอกาสและบริการภาครัฐดิจิทัล

จากความสำคัญดังกล่าว ทำให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกันเพื่อพัฒนาคุณภาพบุคลากรภาครัฐให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคสมัยของรัฐบาลดิจิทัล โดยได้มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลภาครัฐหรือ Thailand Digital Government Academy (TDGA) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัล โดยบุคลากรภาครัฐทุกระดับจะต้องผ่านการอบรมจากสถาบันนี้ ด้วยหลักสูตรที่เหมาะสมกับความสามารถทางด้านดิจิทัลในแต่ละระดับหรือ Digital Literacy ของแต่ละบุคคล ตามแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566 –2570 ได้จำแนกบุคลากรภาครัฐ ออกเป็น 5 กลุ่มตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ และกำหนดทักษะด้านดิจิทัลซึ่งจำแนกตามภารกิจด้านดิจิทัลและการขับเคลื่อนการไปสู่รัฐบาลดิจิทัลแบ่งเป็น 7 ทักษะ 44 หน่วยความสามารถ (UoC) และได้กำหนด “พฤติกรรมที่คาดหวัง” จากการที่บุคลากรได้รับพัฒนาไว้ด้วยแล้ว โดยจำแนกตาม กลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มหลัก IT และ Non-IT และ 3 กลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาตามระดับพัฒนาการองค์กร 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเริ่มต้น, ระยะกำลังพัฒนา และระยะสมบูรณ์ (ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ แนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566 – 2570)

Reference:

  1. Empowering Thailand: A Call for Action to Strengthen Foundational Skills https://www.worldbank.org/en/news/feature/2024/02/21/empowering-thailand-a-call-for-action-to-strengthen-foundational-skills
  2. World Bank Report Flags Seven Failings Stalling Thailand’s Digital Economy https://www.nationthailand.com/business/economy/40059293
  3. Report points to a lack of foundational skills in a majority of Thais https://www.nationthailand.com/thailand/general/40035858
  4. TDGA Overview https://www.dga.or.th/our-services/tdga-2/tdga-overview/
  5. แนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566 – 2570 https://www.ocsc.go.th/?post_type=laws&p=83025