พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่หน่วยงานของรัฐทุกหน่วย ที่มิใช่หน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัตินี้ “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐทุกหน่วย แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจ ที่เป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด
เป็นการจัดทำจัดทำคำสั่ง เพื่อกำหนดระบบสำหรับเจ้าหน้าที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งออกโดยหัวหน้าหน่วยงาน สามารถดู ตัวอย่างร่างคำสั่ง ได้จาก เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ตาม ม. 10 หากหน่วยงานกำหนดวันทำการเป็น จ. – ศ. กรณีนี้ ถือว่า ขาดอายุ เว้นแต่หน่วยงานได้กำหนดวันทำการหรือวันรับยื่นใบอนุญาตนั้นไว้เป็นอย่างอื่น
หน่วยงานสามารถเปิดเผยการอนุญาตที่ได้ดำเนินการไปแล้วให้ประชาชนสามารถตรวจสอบ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยสะดวกโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น จัดทำฐานข้อมูลใบอนุญาตที่มีการปรับปรุงข้อมูลเป็นประจำและมีช่องทางสืบค้น เช่น หน้้าเว็บไซต์ สำหรับสืบค้นรายการใบอนุญาตที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดตามที่ปรากฏอยู่ในใบอนุญาตเพื่อยืนยันความถูกต้องของเอกสารได้ อาจเพิ่ม QR Code หรือ Digital Signature ในใบอนุญาตเพื่ออำนวนความสะดวกในการตรวจสอบของประชาชน หรือ เจ้าหน้าที่ส่วนงานอื่นที่รับเอกสารใบอนุญาตจากประชาชน
หน่วยงานสามารถรายงานผลการดำเนินการตามพรบ.การปฏิบัติราชการฯ ผ่านเว็บไซต์ Info.go.th ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกำหนดโดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มได้ทาง https://www.opdc.go.th/content/NzgzMA หัวข้อการประชุมแนะนำการใช้งานระบบศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (www.info.go.th) สำหรับรายงานผลการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 วันที่ 26 ตุลาคม 2566
มาตรฐานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ว่าด้วยแนวปฏิบัติกระบวนการทางดิจิทัลภาครัฐ (มสพร. 6) เป็นมาตรฐานบังคับใช้ในสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และเป็นข้อเสนอแนะให้กับหน่วยงานของรัฐ ในส่วนของธนาคาราณิชย์ของรัฐนั้นสามารถอ้างอิงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานข้างต้นได้ อย่างไรก็ตามต้องสอดคล้องกับมาตรฐาน หลักเกณฑ์ หรือข้อกำหนด ของหน่วยงานหลักกำกับดูแลธนาคารเป็นหลัก
หากบริการยื่นคำขอนั้นเป็นธุรกรรมที่มีความสำคัญหรือมีความเสี่ยงหน่วยงานจำเป็นต้องมีการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนก่อนรับบริการว่าบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตเป็นบุคคลที่กล่าวอ้าง สามารถตรวจสอบแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น กรมการปกครอง ประกอบกับการแสดงตน เช่น การ Video Call หรือวิธีการอื่น เช่น ถ่ายรูป หรือ Video คู่กับสิ่งใช้รับรองตัวตน เช่น คู่กับบัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง หรือใช้บริการผู้พิสูจน์ยืนยันตัวตนที่น่าเชื่อถือโดยกำหนดความเข้มงวดให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง โดยคำขอและเอกสารหลักฐานที่ผู้ยื่นคำขอส่งจะเป็นความรับผิดชอบผู้ยื่นคำขอที่ต้องให้การรับรองว่าเป็นความจริงทุกประการ หากเป็นเอกสารที่หน่วยงานผู้ออกมีวิธีการตรวจสอบไว้ เช่น มี QR Code หรือ Digital Signature สามารถเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร เพื่อยืนยันความถูกต้องได้เพิ่มเติม
แบบประเมินนี้เป็นแบบประเมินตนเองรายบริการ อาจแยกประเมินตามบริการระหว่างหน่วยงาน และบริการประชาชน กรณีเป็นงานบริการมีบางขั้นตอนหรือกระบวนการการติดต่อระหว่างหน่วยงานด้วยกัน ให้พิจารณาว่ากระบวนการอยู่ขั้นตอนใด เช่น ตรวจพิจารณาคำขอ การอนุมัติ การชำระเงิน โดยให้พิจารณาว่าวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในกระบวนการนั้น ว่าเป็นรูปแบบใด และเลือกตัวเลือกที่ใกล้เคียงหรือตรงที่สุด
หากมีความจำเป็นต้องยุบรวมเว็บไซต์และใช้หนึ่งโดเมนเนม การใช้โดเมนเนม .com เพียงอย่างเดียวจะไม่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะ ขอแนะนำให้ใช้โดเมนเนมของหน่วยงาน .th เช่น .go.th หรือ .or.th ตามประเภทหน่วยงาน แต่หากจำเป็นต้องใช้ .com ด้วยในเว็บไซต์เดียวกันก็สามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ DNS (Domain Name System) ของเว็บไซต์ ทั้งนี้สามารถปรึกษาผู้ดูแลระบบที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดทางเทคนิคต่อไป
มีกำหนดไว้ในส่วนของคุณลักษณะที่ควรมี (Recommended Features) เรื่อง การแสดงผลอย่างน้อย 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ
ปัจจุบันมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐเวอร์ชัน 3.0 ปรับปรุงใหม่ 2566 มีเฉพาะฉบับภาษาไทย รายละเอียดตามลิงก์นี้ : https://standard.dga.or.th/standard/dga-std/8091/ และมาตรฐานแอปพลิเคชันภาครัฐสำหรับ อุปกรณ์เคลื่อนที่ เวอร์ชัน 1.0
มีเฉพาะฉบับภาษาไทย รายละเอียดตามลิงก์แนบนี้: https://www.dga.or.th/policy-standard/standard/dga-007/dga-010/
หน่วยงานสามารถตรวจสอบเว็บไซต์เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงตามมาตรฐาน WCAG เวอร์ชัน 2.1 ได้จาก
1. https://achecks.org/achecker
2. https://webcheck.aaa.in.th/ (พัฒนาโดย สวทช.)
ทั้งนี้ หน่วยงานสามารถนำผลการตรวจสอบมาใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ต่อไป
ตามที่คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ได้ออกประกาศคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เรื่องมาตรฐานและหลักเกณฑ์การจัดทำกระบวนการและการดำเนินงานทางดิจิทัลว่าด้วยเรื่องการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับบริการภาครัฐ สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ซึ่งตามบทเฉพาะกาลกำหนดให้ในระยะเริ่มแรก มิให้นำมาตรฐานและหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้มาใช้บังคับกับผู้พิสูจน์และยืนยันตัวตน ผู้ให้บริการภาครัฐ และแหล่งให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จนกว่าจะพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ซึ่งจะพ้นกำหนดและเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ตุลาคม 2566
สิี่งที่หน่วยงานของรัฐต้องดำเนินการ หลังจากประกาศฯ มีผลใช้บังคับ
1. สำรวจและประเมินความเสี่ยงของบริการ และบริหารจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสม
2. กำหนดระดับความน่าเชื่อถือของการพิสูจน์และยืนยันตัวตนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงตามมาตรฐานฯ
3. กำหนดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีข้อตกลงในการดำเนินการและการปฏิบัติ
4. จัดทำธรรมภิบาลข้อมูล และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์ยืนยันตัวตน
5. กรณีใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ต้องเลือกบริการที่มีความพร้อม และผ่านการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครอง ซึ่งประชาชนสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD
คุณลักษณะ หรือชุดของคุณลักษณะที่ถูกรวบรวมและบันทึกในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งสามารถใช้ระบุตัวบุคคลในบริบทที่กำหนด และสามารถใช้ทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ไม่ต้องเดินทางไปติดต่อกับส่วนราชการ สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ ได้ทุกที่ ทุกเวลา ลดขั้นตอนการทำงาน
ลดการใช้เอกสาร ซึ่งมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย
มาตรฐานและหลักเกณฑ์การจัดทำกระบวนการและการดำเนินงานทางดิจิทัลว่าด้วยเรื่องการใช้ดิจิทัลไอดี สำหรับบริการภาครัฐ สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย ประกอบด้วย
1) DGS 1- 1 : 2564 แนวทางการจัดทำกระบวนการและการดำเนินงานทางดิจิทัล เรื่องการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับบริการภาครัฐ – ภาพรวม
(Digitalization: Digital ID – Overview)
2) DGS 1-2 : 2564 แนวทางการจัดทำกระบวนการและการดำเนินงานทางดิจิทัล เรื่องการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับบริการภาครัฐ – การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย (Digitalization: Digital ID – Identity Proofing and Authentication)
มาตรฐานเล่มภาพรวมนี้ มุ่งเน้นเพื่ออธิบายภาพรวมของการใช้งานดิจิทัลไอดีสำหรับบริการภาครัฐที่ครอบคลุมถึงบทนิยาม กฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
แบบจำลองดิจิทัลไอดี ภาพรวมของการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล กลุ่มการให้บริการภาครัฐ รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ดิจิทัลไอดีมีความเข้าใจตรงกัน
มาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลฯ ฉบับนี้ จะเป็นคำแนะนำโดยทั่วไป ซึ่งไม่สามารถครอบคลุมประเด็นทางกฎหมายทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการตามเอกสารฉบับนี้หรือประเด็นอื่น ๆ ไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ ควรมีการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายตามความจำเป็น
การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เป็นกระบวนการแรกที่สำคัญในการเข้าสู่บริการภาครัฐ
ซึ่งหน่วยงานของรัฐต้องประเมินความต้องการของหน่วยงานเพื่อพิจารณาว่าบริการใดบ้างที่จำเป็นต้องใช้ดิจิทัลไอดีในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลสำหรับบริการภาครัฐ
ระดับความเข้มงวดในกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของผู้สมัครใช้บริการ ซึ่งการกำหนดระดับความน่าเชื่อถือของไอเดนทิตีที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาส
ของการพิสูจน์ตัวตนผิดพลาด
การกำหนดระดับความน่าเชื่อถือของสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตนที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสของการยืนยันตัวตนผิดพลาด
ความเสี่ยงของการใช้ดิจิทัลไอดีตามมาตรฐานรัฐบาลดิจิทัลฉบับนี้ คือ ความเสี่ยงในกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ดังนั้น สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) จึงได้จัดทำเครื่องมือสำหรับการประเมินความเสี่ยงเพื่อใช้ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน สำหรับบริการภาครัฐ (Assessment Tool for Government Digital ID) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล
ผู้พิสูจน์และยืนยันตัวตน ต้องเก็บรักษาสิ่งที่ใช้รับรองตัวตน สถานะของสิ่งที่ใช้รับรองตัวตน และข้อมูลที่ใช้ในกระบวนการลงทะเบียน ตลอดอายุการใช้งานของสิ่งที่ใช้รับรองตัวตน (เป็นอย่างน้อย) ส่วนผู้ใช้บริการเก็บรักษาสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน
มีการจำแนกเป็น 4 กลุ่มบริการ ประกอบด้วย
1) กลุ่มการให้บริการข้อมูลพื้นฐาน (Emerging Services) คือ การให้บริการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั่วไป
2) กลุ่มการให้บริการข้อมูลที่มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการ (Enhanced Services) คือ การให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานของรัฐในรูปแบบการสื่อสารทางเดียวหรือสองทางกับผู้ใช้บริการ เช่น การรับแจ้งเรื่องร้องเรียน ข้อเสนอแนะ หรือแสดงความคิดเห็น ผ่านทางเว็บไซต์หรือช่องทางให้บริการข่าวสารข้อมูลอื่น
3) กลุ่มการให้บริการธุรกรรม (Transactional Services) การให้บริการธุรกรรมของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมายเช่น การอนุญาต การจดทะเบียน หรือการดำเนินการใด ๆ กับหน่วยงานของรัฐ
4) กลุ่มการให้บริการธุรกรรมที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน (Connected Services) คือ การให้บริการธุรกรรมที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเข้าด้วยกัน และมีผลผูกพันทางกฎหมาย เช่น การขอรับบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว
– มาตรฐาน NIST Special Publication 800-63-3 – Digital Identity Guidelines
– มาตรฐาน NIST Special Publication 800-63A – Digital Identity Guidelines – Enrollment and Identity Proofing
– มาตรฐาน NIST Special Publication 800-63B – Digital Identity Guidelines – Authentication and Lifecycle Management
– ข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยแนวทางการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับประเทศไทย –
ภาพรวมและอภิธานศัพท์
– ข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยแนวทางการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับประเทศไทย –
การลงทะเบียนและพิสูจน์ตัวตน
– ข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยแนวทางการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับประเทศไทย –
การยืนยันตัวตน
การกำหนด สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้มีส่วนได้เสียในการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐทุกขั้นตอนเพื่อให้การได้มาและการนำข้อมูลของหน่วยงานของรัฐไปใช้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน รักษาความเป็นส่วนบุคคล และสามารถเชื่อมโยงแลกเปลี่ยน และบูรณาการระหว่างกันได้ อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัย ทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dga.or.th/th/profile/2161/ และ
https://youtube.com/playlist?list=PL7j_ArJegESbRa_rybRny4otrmC1K79M5
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารงานของจังหวัดว่าจะพิจารณาหน่วยงานไหนเป็นคณะกรรมการ
ทั้งนี้สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://gdhelppage.nso.go.th/
แบบสำรวจระดับความพร้อมการพัฒนาบัญชีข้อมูลภาครัฐระดับกรม จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน).
สามารถดาวน์โหลดเอกสารว่าด้วยแนวทางการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐได้ที่ Click
data.go.th เป็นศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ ข้อมูลที่สามารถนำมาเปิดเผย คือข้อมูลสาธารณะ
Data catalog คือบัญชีข้อมูลหน่วยงานรัฐที่ใช้เก็บรายการชื่อบัญชีข้อมูลของหน่วยงานรัฐ ที่รับผิดชอบตามพันธกิจของหน่วยงาน
ทั้งนี้จะต้องดำเนินการจัดทำเมทาตาของชุดข้อมูลสำคัญของหน่วยงาน (Metadata Standard) ทั้งหมด 14 ตัว
ควรดำเนินการจัดการด้านข้อมูลของหน่วยงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันก่อน (data catalog) จึงจะไปดำเนินการเรื่องการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูล (GDX)
กรอบการกำกับดูแลข้อมูลภาครัฐ (เวอร์ชันแรกที่เผยแพร่) และธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ(ที่เผยแพร่ในปัจจุบัน) ในเนื้อหาสาระสำคัญคือเรื่องเดียวกันไม่ได้เปลี่ยนเนื้อหาสาระสำคัญ แต่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อเล่มเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย
We use cookies to enhance your browsing experience, analyze site traffic, and personalize content. By clicking "Accept All", you consent to our use of cookies in accordance with Thailand's Personal Data Protection Act (PDPA). เราใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเข้าชมเว็บไซต์ วิเคราะห์การเข้าชม และปรับแต่งเนื้อหา การคลิก "ยอมรับทั้งหมด" หมายความว่าคุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
These cookies are essential for the website to function properly. They enable core functionality such as security, network management, and accessibility. You cannot disable these cookies. คุกกี้เหล่านี้จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ ช่วยให้ฟังก์ชันหลักทำงานได้ เช่น ความปลอดภัย การจัดการเครือข่าย และการเข้าถึง คุณไม่สามารถปิดการใช้งานคุกกี้เหล่านี้ได้
wordpress_*, wp-settings-*, PHPSESSID
These cookies help us understand how visitors interact with our website by collecting and reporting information anonymously. This helps us improve our website. คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าผู้เยี่ยมชมโต้ตอบกับเว็บไซต์อย่างไร โดยรวบรวมและรายงานข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตน ช่วยให้เราปรับปรุงเว็บไซต์ได้
_ga, _gid, _gat, __utma, __utmb, __utmc, __utmz
These cookies are used to deliver advertisements more relevant to you and your interests. They may also be used to limit the number of times you see an advertisement and measure the effectiveness of advertising campaigns. คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคุณและความสนใจของคุณ อาจใช้เพื่อจำกัดจำนวนครั้งที่คุณเห็นโฆษณาและวัดประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา
_fbp, fr, ads/ga-audiences, _gcl_au
These cookies enable the website to provide enhanced functionality and personalization based on your interaction with the website, such as remembering your language preferences. คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้เว็บไซต์มีฟังก์ชันที่ดีขึ้นและปรับแต่งตามการโต้ตอบของคุณกับเว็บไซต์ เช่น จดจำการตั้งค่าภาษาของคุณ
language, currency, timezone, theme