พลิกโฉมคนภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล จากทักษะพื้นฐานสู่หัวใจ “รัฐบาลอัจฉริยะ”

ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าการหมุนของเข็มนาฬิกา หน่วยงานภาครัฐไทยไม่ได้อยู่เพียงแค่จุดที่ต้อง “ปรับตัว” แต่กำลังอยู่ในจุดที่ต้อง “เปลี่ยนผ่าน” (Transformation) อย่างถอนรากถอนโคน การก้าวเข้าสู่ยุครัฐบาลดิจิทัลไม่ใช่แค่การจัดซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงหรือการเปลี่ยนกระดาษเป็นไฟล์ PDF แต่คือการวางรากฐานใหม่ที่สำคัญที่สุดนั่นคือ “ทุนมนุษย์” (Human Capital)

บทความนี้จะสรุปสาระสำคัญจากแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ 3 มิติ ตั้งแต่การสร้างสมรรถนะพื้นฐาน การยกระดับทักษะตามกฎหมาย ไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมการทำงานด้วยข้อมูล เพื่อให้ผู้ที่อ่านบทความก่อนหน้านี้ได้เข้าใจและพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน

1. สมการแห่งความสำเร็จ เข้าใจรากฐาน “สมรรถนะ” (Competency)

ก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่การนิยาม “ความเก่ง” ในยุคใหม่ ตามมาตรฐานสากล (ISO 9000:2015 และ ISO 10015:2019) สมรรถนะไม่ได้หมายถึงแค่การมีความรู้ แต่คือ “ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้”

เราสามารถถอดรหัสความสำเร็จนี้ออกมาเป็น “สมการสมรรถนะ” ที่บุคลากรทุกคนต้องมี:

Competency = Knowledge (ความรู้) + Skill (ทักษะ) + Behavior (พฤติกรรม)

  • Knowledge: คือทฤษฎี ข้อเท็จจริง และความเข้าใจในงาน
  • Skill: คือความเชี่ยวชาญจากการลงมือทำจริงจนคล่องแคล่ว
  • Behavior: คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในยุคดิจิทัล ได้แก่ ทัศนคติ การตอบสนองต่อปัญหา และการเปิดใจรับสิ่งใหม่

ในการพัฒนาคน องค์กรต้องแยกให้ออกระหว่าง การฝึกอบรม (Training) ที่เน้นให้ “ทำเป็น” กับ การสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ที่เน้นให้ “เห็นความสำคัญ” หากมีแต่ทักษะแต่ขาดใจที่พร้อมเปลี่ยนแปลง (Mindset) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลก็จะเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว ไม่ยั่งยืน

2. พลิกกระบวนการ บทเรียนจาก “ลายมือชื่อดิจิทัล” (Digital Signature)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราลองมาดูตัวอย่างการเปลี่ยน “กระบวนการ” (Process) ผ่านกรณีศึกษาของ Digital Signature ซึ่งเป็นการแก้ปัญหา (Pain Points) เดิมของระบบราชการ

  • จากสัปดาห์สู่ไม่กี่นาที เดิมทีการเซ็นเอกสาร (Wet Signature) ต้องรอพัสดุหรือการพบหน้ากัน ซึ่งใช้เวลานานและมีต้นทุนแฝง เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบดิจิทัล ทุกอย่างสามารถดำเนินการได้บนระบบออนไลน์ ลดระยะเวลาจากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที
  • ความปลอดภัยที่เหนือกว่า ลายเซ็นกระดาษเสี่ยงต่อการปลอมแปลงและการสับเปลี่ยนหน้าเอกสาร แต่ Digital Signature ใช้การเข้ารหัสที่การันตีความสมบูรณ์ของข้อมูลและตรวจสอบย้อนกลับได้

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากกรอบแนวคิด PPT Framework คือการรักษาสมดุลระหว่าง คน (People) ที่มีสมรรถนะ, กระบวนการ (Process) ที่กระชับ และ เทคโนโลยี (Technology) ที่เหมาะสม

3. ปัญหาและแนวทาง ยกระดับบุคลากรตามกฎหมายดิจิทัล

แม้ว่าในปัจจุบันหน่วยงานรัฐของประเทศไทยจะเริ่มขับเคลื่อนด้านดิจิทัลไปบ้างแล้ว แต่ประเทศไทยยังเผชิญกับ 5 ปัญหาสำคัญ ที่ต้องเร่งแก้ไข

  1. Digital Skill Gap บุคลากรส่วนใหญ่ใช้งานพื้นฐานได้ แต่ขาดทักษะขั้นสูง เช่น Data Analytics หรือ AI
  2. ความเข้าใจคลาดเคลื่อน สับสนระหว่างการอบรมกับการสร้างความตระหนักรู้
  3. การเรียนรู้ที่ไม่ต่อเนื่อง หลักสูตรมักเป็นแบบครั้งคราว (One-off) ไม่มีเส้นทางการเรียนรู้ที่ชัดเจน
  4. Digital Divide ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างเมืองและชนบท หรือระหว่างช่วงวัย
  5. ทัศนคติแบบ Silo ความกลัวเทคโนโลยีและการทำงานแบบแยกส่วน ไม่ประสานงานกัน

เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ในมาตรา 12(6) ของ พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562 จึงกำหนดให้มีการพัฒนาทักษะบุคลากรให้เป็นไปตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เช่น การสร้างมาตรฐานทักษะดิจิทัลระดับประเทศ, โดยเฉพาะการใช้แพลตฟอร์มของสถาบัน TDGA และการปรับ KPI ที่เน้นผลสัมฤทธิ์มากกว่าจำนวนชั่วโมงการอบรม  แนวทางการยกระดับควรสร้างและปลูกฝังในเรื่องต่าง ๆ

  1. ยกระดับทักษะดิจิทัล (Digital Skill Reskill & Upskill) พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐทุกระดับ ตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนองค์กรได้
  2. การสร้างกรอบแนวคิดดิจิทัล (Digital Mindset) ปลูกฝังทัศนคติที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และเน้นการทำงานเชิงรุกโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
  3. การจัดการกำลังคนดิจิทัล (Digital Talent Management) มีกลไกในการดึงดูดและรักษาผู้มีความสามารถด้านดิจิทัล (Talent) เข้าสู่ระบบราชการ
  4. การพัฒนาผู้นำดิจิทัล (Digital Leadership) เน้นให้ผู้บริหารระดับสูงเข้าใจและสามารถกำหนดนโยบายโดยใช้ข้อมูล (Data-Driven Transformation)

4. ก้าวสู่ “รัฐบาลอัจฉริยะ” (Intelligent Government) ด้วยข้อมูล

เป้าหมายสูงสุดของหน่วยงานรัฐไทยไม่ใช่แค่การมีระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย แต่คือการเป็น “รัฐบาลอัจฉริยะ” ที่ใช้ปัญญาและข้อมูลเพื่อประชาชน สิ่งนี้ต้องการกลไกขับเคลื่อนสำคัญ 2 ประการ

4.1 ผู้นำดิจิทัล (Digital Leadership)

ผู้นำยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเก่ง แต่ต้องมี “วิสัยทัศน์ทางดิจิทัล” ต้องเปลี่ยนจากการใช้ “สัญชาตญาณ” มาเป็นการตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Evidence-based Decision Making) และสร้างความโปร่งใสผ่านการเปิดเผยข้อมูล (Open Data)

4.2 วัฒนธรรมข้อมูล (Data-Driven Culture)

เราต้องเปลี่ยนบทสนทนาในห้องประชุมจาก “ผมคิดว่า…” เป็น “ข้อมูลระบุว่า…” สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทำสิ่งเหล่านี้

  • ทลายกำแพงข้อมูล (Breaking Data Silos) มองว่าข้อมูลเป็นของส่วนรวม ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety) อนุญาตให้บุคลากรกล้าลองผิดลองถูก (Fail Fast, Learn Faster) โดยไม่ต้องกลัวการลงโทษหากเกิดความผิดพลาดจากการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
  • ธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) พัฒนาทักษะการบริหารจัดการข้อมูลควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

บทสรุปสำหรับบุคลากรภาครัฐ

ไม่ว่าผู้อ่านจะเป็นบุคลากรภาครัฐในยุคใด ทุกคนคือฟันเฟืองสำคัญที่ชื่อว่า “Digital Transformation” การพัฒนาจาก “ผู้ใช้งาน” สู่ “ผู้นำและนักวิเคราะห์ข้อมูล” คือเส้นทางที่จะทำให้ภาครัฐไทยสามารถตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน นั่นคือการที่ทุกคนมีความรู้และมีทักษะทางด้านดิจิทัล (Digital Literacy)

อย่าให้ความกลัวเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาทักษะทางด้านดิจิทัล แต่จงใช้มันเป็นเครื่องมือในการสร้างคุณค่าให้กับงานของเราและนั่นหมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ในยุคที่ดิจิทัลสร้างความปกติใหม่ (New Normal) ขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพราะความสำเร็จของโลกดิจิทัลที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่ความล้ำสมัยของระบบ แต่คือการที่ “ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” ในบทความต่อไป เราจะพาคุณไปเจาะลึกมิติของ Digital Inclusion & Accessibility มาร่วมค้นหาคำตอบว่าเราจะออกแบบโลกดิจิทัลอย่างไรให้ “ทุกคน” ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงและใช้งานบริการของรัฐได้อย่างเท่าเทียม โปรดติดตามตอนต่อไป

เรียบเรียงโดย

ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)

References

  1. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA). (2562). พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dga-dg-256/dga-046/
  2. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA). (2567). รายงานผลการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย ประจำปี 2567.  https://www.dga.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ผลสำรวจความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐ-ปี-2567_รายงาน.pdf
  3. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570 https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dga-019/dga-027/dg-plan-2566-2570
  4. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.). แนวทางการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ (Digital Literacy)  https://www.ocsc.go.th/?post_type=laws&p=42304
  5. Thailand Digital Government Academy (TDGA). หลักสูตรการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลสำหรับบุคลากรภาครัฐ  https://tdga.dga.or.th/
  6. ISO 9000 Quality management systems — Fundamentals and vocabulary https://www.iso.org/obp/ui/#iso:std:iso:9000:ed-4:v1:en
  7. ISO 10015 Quality management — Guidelines for competence management and people development https://www.iso.org/obp/ui/#iso:std:iso:10015:ed-2:v1:en
  8. Empowering Thailand: A Call for Action to Strengthen Foundational Skills https://www.worldbank.org/en/news/feature/2024/02/21/empowering-thailand-a-call-for-action-to-strengthen-foundational-skills