สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)

ข้อมูลทั่วไป

  • ชื่อหน่วยงาน : สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)
  • สังกัด : กระทรวงการคลัง
  • ประเภท : องค์การมหาชน

ระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)

ภาพรวมความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล จัดอยู่ใน กลุ่ม High

หมายเหตุ มี 4 กลุ่ม ได้แก่ Low, Medium, High, Very High

  • ตัววัดที่ 1 : ด้านแนวนโยบายและหลักปฏิบัติ (Policies / Practices)
  • ตัววัดที่ 2 : ด้านศักยภาพเจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านดิจิทัล (Digital Capabilities)
  • ตัววัดที่ 3 : ด้านบริการภาครัฐ (Public Services)
  • ตัววัดที่ 4 : ด้านการบริหารจัดการรูปแบบดิจิทัล (Smart Back Office)
  • ตัววัดที่ 5 : ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ (Secure and Efficient Infrastructure)
  • ตัววัดที่ 6 : ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการนำไปใช้ (Digital Technology Practices)
  • ผลคะแนนการสำรวจความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Govenment Readiness Framework)
  • ระดับความพร้อมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Govenment Maturity Model) (จากทั้งหมด 5 ระดับ)

ข้อมูลสำคัญ

ด้านแนวนโยบายและหลักปฏิบัติ (Policies / Practices)

  • การจัดทำแผนเพื่อรองรับการก้าวไปสู่รัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย: มีการจัดทำ
  • จำนวนชุดข้อมูล (Dataset) ทั้งที่เป็นดิจิทัลและไม่เป็นดิจิทัล: 33 ชุดข้อมูล
  • จำนวนชุดข้อมูลที่เป็นดิจิทัล: ไม่ทราบ
  • การดำเนินการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance): 1 ข้อ จาก 10 ข้อ
  • จำนวนชุดข้อมูลทั้งที่เป็นดิจิทัล และไม่เป็นดิจิทัล ที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ (เช่น ไม่ใช่ข้อมูลลับ ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ใช่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง): ไม่ทราบ
  • จำนวนการเปิดเผยในรูปแบบข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Government Data) ตามมาตรฐาน และหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐ ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลต่อสาธารณะแล้ว จากชุดข้อมูลที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้: ทราบ
  • การดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th)
    • มีการเตรียมความพร้อม: 0 ข้อ จาก 3 ข้อ
    • มีการเผยแพร่และควบคุมคุณภาพของชุดข้อมูล: 2 ข้อ จาก 5 ข้อ
  • การดำเนินการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: ไม่มี
  • อุปสรรคด้านกฎระเบียบหรือข้อบังคับที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานภายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือแผนในการพัฒนาด้านดิจิทัล: ไม่มี
  • งบประมาณทั้งหมด: 1,888,682,000 บาท
  • งบประมาณด้าน IT: 1,599,218,500 บาท
  • โครงการสำคัญ:
    1. โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐที่มีความมั่นคงปลอดภัย (Government Secure Infrastructure)
    2. โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ (Citizen and Business Service Platform)
    3. โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการบริหารจัดการภาครัฐ (Government Service Platform)
    4. โครงการพัฒนาศูนย์บริการข้อมูลเปิดและการวิเคราะห์ข้อมูลภาครัฐ (Government Data and Analytics Service Center)
    5. โครงการจัดทำแนวทางมาตรฐานและข้อเสนอแนะการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Transformation)

ด้านศักยภาพเจ้าหน้าที่ภาครัฐด้านดิจิทัล (Digital Capabilities)

  • จำนวนบุคลากร: 320 คน
  • จำนวนบุคลากรด้าน IT: 180 คน
    • จำนวนบุคลากร/เจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น นักวิชาการคอมพิวเตอร์ เจ้าพนักงานเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น: 28 คน
    • จำนวนเจ้าหน้าที่สายงานอื่นที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ยกเว้นเจ้าหน้าที่งานบันทึกข้อมูล: 145 คน
  • อบรมหลักสูตรสำหรับผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ: เคย ได้แก่ หลักสูตรการสร้างกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่รัฐบาลดิจิทัล(Digital Transformation Program : DTP)
  • CIO ได้มีการผลักดันโครงการที่เกี่ยวกับด้านดิจิทัลจนประสบความสำเร็จ: มี

ด้านบริการภาครัฐ (Public Services)

  • จำนวนบริการทั้งหมด: 36 บริการ
  • จำนวนบริการให้กับประชาชน: 6 บริการ
  • จำนวนบริการให้กับประชาชนในรูปแบบดิจิทัล: 6 บริการ
  • จำนวนบริการให้กับภาคธุรกิจ: 2 บริการ
  • จำนวนบริการให้กับภาคธุรกิจ ในรูปแบบดิจิทัล: 4 บริการ
  • จำนวนบริการให้กับภาครัฐ: 25 บริการ
  • จำนวนบริการให้กับภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล: 25 บริการ
  • บริการดิจิทัลที่สำคัญ:
    1. GNews
    2. Kiosk
    3. Citizeninfo
    4. Data.go.th
    5. Govchannel
    6. GAC
    7. EGOV
    8. Bizportal
    9. GovSpending
    10. info.go.th
  • แพลตฟอร์มดิจิทัลที่เปิดให้หน่วยงานอื่นสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการภาคประชาชน ภาคธุรกิจ หรือภาครัฐ (ถ้ามี):
    1. แพลตฟอร์มเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทะเบียนราษฎร์ และข้อมูลนิติบุคคล
    2. แพลตฟอร์มสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานภาครัฐ(Electronic Correspondence Management Services : e-CMS)
    3. แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางเพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ
  • การให้บริการโดยไม่เรียก สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาเอกสารอื่นๆ ที่ออกโดยราชการจากประชาชน
    สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาเอกสารอื่นๆ ที่ออกโดยราชการ
    ได้ยกเลิกการเรียกสำเนาจากประชาชน ในทุกบริการ ในทุกจุดบริการทั่วประเทศแล้ว ใช่ ไม่ใช่
    สามารถให้บริการได้โดยไม่ต้องเรียกสำเนา จากประชาชน ในทุกบริการ ในทุกจุดบริการทั่วประเทศ มาตั้งแต่ก่อนมีมติคณะรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่ยืนยัน

ด้านการบริหารจัดการรูปแบบดิจิทัล (Smart Back Office)

  • ระบบบริหารงานดิจิทัลภายในหน่วยงาน:
    ระบบ ดำเนินการเอง ใช้ระบบกลางของภาครัฐ ชื่อระบบ เชื่อมโยงกับระบบกลางของภาครัฐ ชื่อระบบ
    1. งานบริหารทรัพยากรบุคคล
    2. การเงินการบัญชี
    3. งานสารบรรณ
    4. งานเลขานุการ
    5. งานอาคารสถานที่ และยานพาหนะ เช่นจองห้่องประชุม รถตู้
    6. งานบริหารจัดการพัสดุ
    7. งานจัดซื้อจัดจ้าง e-GP
    8. งานติดตามและประเมินผล
    9. งานติดต่อสื่อสาร
  • การเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลกับหน่วยงานภายนอก:
    1. มีการดำเนินการเชื่อมโยงกับระบบ/ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ คือ ระบบบูรณาการฐานข้อมูลประชาชนและการบริการภาครัฐ (Linkage Center) ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (Government Data Exchange: GDX)
    2. มีความต้องการที่จะดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นในอนาคต: ไม่มี (ถ้าหน่วยงานไหนมี จะขึ้นว่า ชื่อหน่วยงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม เชื่อมต่อกับข้อมูล ฐานข้อมูลด้านการจัดการกากของเสียและสารอันตราย)
  • มีเทคโนโลยีรองรับการทำงานจากที่บ้าน:
    1. มีการทำงานผ่านช่องทาง/ระบบ MS teams
    2. มีการรายงานตัวเริ่มทำงาน และเลิกงาน (Check-in/Check-out)
  • มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลด้านกระบวนการอัตโนมัติ (Process Automation) มาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน หรือทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ:
    1. ด้านบริหารทรัพยากรบุคคล
    2. ด้านการประชาสัมพันธ์
    3. ด้านอื่นๆ ได้แก่ งานบริการ IT
  • การส่งเอกสารติดต่อราชการกับหน่วยงานอื่นๆ อย่างเป็นทางการ:
    1. รูปแบบเอกสารส่งทางไปรษณีย์ / โทรสาร / พนักงานส่งเอกสาร
    2. รูปแบบดิจิทัล ได้แก่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ข้ามหน่วยงาน
  • การติดต่อสื่อสารภายในองค์กรและภายนอกองค์กร:
    1. การสื่อสารภายในองค์กร: มี ได้แก่ E-mail Line Microsoft Team
    2. การสื่อสารภายนอกองค์กร: มี ได้แก่ ระบบกลางของภาครัฐ Mailgothai E-mail ช่องทางที่เป็นดิจิทัลอื่นๆ facebook youtube
    3. การจัดประชุม: มี ได้แก่ Microsoft Team
  • แพลตฟอร์มในการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ภายในองค์กร:
    • มีแพลตฟอร์มที่ใช้ในการทำงานร่วมกัน

ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ (Secure and Efficient Infrastructure)

  • โครงสร้างพื้นฐานทางด้านฮาร์ดแวร์ อาทิ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค อุปกรณ์ Conference: เพียงพอ
  • โครงสร้างพื้นฐานทางด้านซอฟต์แวร์: เพียงพอ และทันสมัย เหมาะสมกับการใช้งานจริง
  • โครงสร้างพื้นฐานทางด้านเซิฟเวอร์และเน็ตเวิร์ค: เพียงพอ
  • โครงสร้างพื้นฐานกลางภาครัฐที่นำมาปรับใช้ในหน่วยงาน:
    • ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลสารสนเทศภาครัฐ (Government Information Network: GIN)
  • มาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์:
    1. ด้านการรักษาความลับของข้อมูล (Confidentiality): มี
    2. ความแท้จริงของข้อมูล (Integrity): ไม่มี
    3. การใช้งานได้ของระบบ (Availability): มี

ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการนำไปใช้ (Digital Technology Practices)

    • มีการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อใช้ในการสร้างเชื่อมต่อและการสื่อสาร (Connectivity):
      1. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสารผ่านอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อสื่อสาร ได้แก่ โครงการ แผนงาน A4 การส่งเสริมการออมเป็นรายบุคคล (Personalization of Services) ปี 2563 โดยตั้งศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ขยายขอบเขตจากการให้บริการข้อมูลการเงิน เป็นการวางแผนทางการเงิน โดยจัดทำระบบเพื่อการนัดหมายบริการข้อมูลการเงิน
      2. เทคโนโลยีอื่น ๆ ควบคู่กับเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารผ่านอุปกรณ์ ได้แก่ โครงการ แผนงาน A4 การส่งเสริมการออมเป็นรายบุคคล (Personalization of Services) ปี 2563 โดยพัฒนา Personalized Chatbot ขยายขอบเขตการทำงานของโปรแกรมการตอบข้อมูลสมาชิกแบบอัตโนมัติ (Chatbot)
      3. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ API ในการเชื่อมต่อและการสื่อสาร ได้แก่ โครงการ แผนงาน การให้บริการ End-to-End Service on Mobile Platform ปี 2562 และการพัฒนาต่อยอดบริการบน My GPF Mobile Application ในปี 2563 ซึ่งมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ API ในการเชื่อมต่อและการสื่อสาร
    • มีการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจ (Data-driven decision making) :
      1. วิเคราะห์ผ่านการใช้โปรแกรมพื้นฐานทั่วไป ได้แก่ โครงการ กบข. มีการใช้งานโปรแกรม Microsoft Excel ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวกับ Security Incident ในแผนงานจัดทำแผงควบคุมการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Security Monitoring & Responding Dashboard) จาการใช้งานและให้บริการผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตขององค์กร
      2. วิเคราะห์ผ่านการใช้โปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการวิเคราะห์เชิงสถิติโดยเฉพาะ ได้แก่ โครงการ แผนงาน การใช้ Data Analytics เพื่อการวิเคราะห์และให้บริการสมาชิก ปี 2562 ซึ่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลสมาชิกเพื่อการวิเคราะห์ (Big Data & Data Analytics) โดยวิเคราะห์ผ่านการใช้โปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการวิเคราะห์เชิงสถิติ SPSS เพื่อรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลในปริมาณที่มากกว่าโปรแกรมพื้นฐาน
      3. วิเคราะห์ผ่านการเขียนโปรแกรมโดยภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น Python Stark เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก (Big data) หรือการวิเคราะห์ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น Machine Learning AI ได้แก่ โครงการ แผนงาน การใช้ Data Analytics เพื่อการวิเคราะห์และให้บริการสมาชิก ปี 2562 ซึ่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลสมาชิกเพื่อการวิเคราะห์ (Big Data & Data Analytics) โดยมีการวิเคราะห์ผ่านการเขียนโปรแกรมโดยภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น Python Stark เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก
    • มีการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือในการทำงานต่างๆ เช่น การทำธุรกรรม การแลกเปลี่ยนข้อมูล :
      1. มีการใส่ Password ให้กับไฟล์เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ได้แก่ โครงการ โครงการนำส่งใบแจ้งยอดประจำปีให้กับสมาชิก กบข.
      2. มีการใช้ Security control รูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ โครงการ แผนงาน การให้บริการ End-to-End Service on Mobile Platform โดยมีการการยืนยันตัวตนผ่านสองขั้นตอน และการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล
      3. มีการใช้ระบบการดูแลความปลอดภัยแบบเบ็ดเสร็จ (Security Platform) ได้แก่ โครงการ กบข. มีการใช้ระบบ Carbon Balck Cloud เพื่อการดูแลความปลอดภัยข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (Security Platform) โดยติดตั้งใช้งานระบบ Cabon Black บนเครื่องแม่ข่ายฯและเครื่องลูกข่ายฯ และอุปกรณ์ Mobile ขององค์กร และบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยผ่านระบบ Cloud โดยบริหารความปลอดภัยของข้อมูล, ป้องกันและจัดการกับ Virus / Malware ได้ทุกรูปแบบ เช่น Zero-Day Attack Exploits และ APTs รวมถึง Non-Malware และป้องกันการรั่วไหลและการขโมยข้อมูล (Data Leakage) ด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติม

ด้านแนวนโยบายและหลักปฏิบัติ (Policies / Practices)

  1. การดำเนินการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance): 0 ข้อ จาก 10 ข้อ ได้แก่ ไม่มี
  2. การดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th)
    • มีการเตรียมความพร้อม: 1 ข้อ จาก 3 ข้อ ได้แก่
      • มีการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ Administrator ให้สามารถดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลของหน่วยงานตามขั้นตอนการทำงานของศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (data.go.th) ได้ เช่นการเข้าร่วมอบรม Open Data Workshop หรือการศึกษาคู่มือการใช้งานระบบศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ
    • มีการเผยแพร่และควบคุมคุณภาพของชุดข้อมูล: 5 ข้อ จาก 5 ข้อ ได้แก่
      • มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ
      • มีการจัดทำคำอธิบายชุดข้อมูล (Metadata) ที่มีความสมบูรณ์สำหรับชุดข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ
      • มีการปรับปรุงข้อมูลที่มีการเผยแพร่ผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
      • มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบ 3 ดาวขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่น CSV, XML, JSON, RDF (URIs) หรือ RDF (Linked data)
      • มีการเชื่อมโยงข้อมูลเปิดของหน่วยงานมายังศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบ API

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้เพื่อให้ท่านสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องและอำนวยความสะดวกในการใช้งานเว็บไซต์ รวมถึงช่วยให้เราปรับปรุงการนำเสนอเนื้อหาตรงตามความต้องการของท่าน โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก ประกาศการใช้คุกกี้ และ ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่มีความจำเป็น (Strictly Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และประเมินผลการใช้งาน (Performance Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่าข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้

  • คุกกี้เพื่อการใช้งานเว็บไซต์ (Functional Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

  • คุกกี้เพื่อการโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมาย (Targeting Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ ฝ่ายมาตรฐานดิจิทัลภาครัฐ แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน

บันทึกการตั้งค่า